วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ที่ จังหวัดศรีสะเกษ ตลอดทั้งวันได้เกิดฝนตกมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มาก และรุนแรงมากก็ตาม แต่เกษตรกรก็พอที่จะได้หน้าชื่นตาบาน เพราะต้นข้าวที่เพาะปลูกเอาไว้ กำลังจะเข้าสู่สภาวะแห้งตาย เนื่องจากการขาดน้ำในแปลงนามาเป็นระยะแรมเดือน เกษตรกรบางรายก็ได้เร่งลงไปยังแปลงนา โดยใช้เครื่องตัดหญ้า มาทำการตัดใบข้าวเพราะปลายใบเริ่มแห้งเหี่ยว แต่หากตัดออกไปในช่วงฝนตกลงมาใหม่ จะทำให้ต้นข้าว ได้แตกใบใหม่ขึ้นมาทดแทน จะงดงาม และสามารถส่งผลให้ให้มีการเจริญออกใบใหม่ที่จะออกผลผลิตที่ดีมากกว่า งามกว่า มากกว่า เป็นการป้องกันโรคแมลงไปในตัว และใบต้นข้าวที่ทำการตัดออกนั้น ก็จะนำไปเลี้ยงวัว ควายที่เลี้ยงไว้ในคอกใต้ถุนบ้าน เพราะช่วงทำนา จะไม่มีพื้นที่ปล่อยเลี้ยงปสุสัตว์เลย ทุ่งนาจะเต็มไปด้วยต้นข้าว พื้นที่ป่าสาธารณะก็แถบจะไม่มีหลงเหลือแล้วในยุคปัจจุบัน ที่ใช้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์เช่นเมื่อก่อน
เกษตรกรรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนดีใจที่ฝนตกลงมาระยะนี้ แม้จะตกมาไม่มากก็ตาม แต่หากตกทั้งวัน ทั้งคืนติดต่อกันสักระยะ 5 7 วัน ก็อาจจะทำให้แปลงนาของตน และเกษตรกรรายอื่นๆ มีน้ำขังในแปลงนา ต้นข้าวที่เพาะปลูกเอาไว้ก็จรอดพ้นจากการแห้งตายเพราะขาดน้ำขังในนา เกษตรกรทุกคนในภาคอีสาน การทำนาก็จะต้องอาศัยน้ำฝน หากฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลชาวนาก็จะแย่ไปตามๆ กัน ซึ่งในปีนี้ก็ถือว่าน้ำฝนมาตกช้าไปเล็กน้อย ก็อาจจะเกิดจากฤดูกาลเปลี่ยน เพราะในปีนี้ ในเดือน 8 สองหน ตามคำทำนายของผู้เฒ่าผู้แก่ ได้บอกลูกหลานต่อๆ กันมาว่า หากปีใหม่มีเดือน 8 สองครั้ง ก็จะทำให้ฤดูกาลทำนาจะต้องเปลี่ยนตามไป ฝนจะตกลงมาน้อย และล่าช้า ซึ่งก็เป็นจริงเช่นนี้มาโดยตลอด แต่วันนี้เริ่มตกมาแล้ว ก็ขอให้ตกมาอย่างต่อเนื่องอีกสักระยะ เพื่อที่จะได้มีน้ำเต็มในทุ่งนา ต้นข้าวจะได้แตกใบ ออกรวงให้เก็บเกี่ยวในที่สุดด้วย เพราะข้าวคือความหวังของเกษตรกร