เนชั่นทีวี

ข่าว

"ถ้ำหลวง" เรื่องดีของคนไทย

15 ก.ค. 2561

"ถ้ำหลวง" เรื่องดีของคนไทย

ด้วยพระเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงห่วงใยน้องๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ทุกพระองค์เป็นพลังใจอันยิ่งใหญ่ของผู้ปฏิบัติงาน ได้พระราชทานสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของผู้ปฏิบัติงานทุกด้าน เพื่อให้การปฏิบัติงานราบรื่น และประสบความสำเร็จโดยเร็ว


 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังพระราชทานโรงครัวพระราชทานและประชาชนจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ดูแลครอบครัวผู้สูญหายและผู้ปฏิบัติงานในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตลอดเวลา  ถึงแม้ ณ วันนี้ ทั้ง 13 ชีวิตทีมหมู่ป่าพ้นถ้ำและปลอดภัยแล้ว  พวกเราทุกคนยังความปลาบปลื้มให้กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างมาก และจะขอรับใช้พระองค์ ด้วยจงรักภักดีในราชวงศ์จักรีตลอดไป 


เราคงมิอาจจะปฏิเสธได้ว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กและครอบครัวผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้วก็จะเห็นได้ว่าว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดเรื่องดีอีกมากขึ้นประเทศไทยมากมาย ผมเชื่อว่าสิ่งแรกที่ได้จากเหตุการณ์นี้ก็คือ ปรรชาชนคนไทยและชาวต่างชาติได้เห็นว่า 'คนไทย' มีกระบวนการวางแผนที่ดีและใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมู่ป่าในครั้งนี้ให้เกิดความสำเร็จได้ โดยไม่ใช่ปาฏิหาริย์หารโชคช่วยแต่อย่างใด 


"ถ้ำหลวง" เรื่องดีของคนไทย




การเจอตัวน้องๆ ทีมนักฟุตบอลทีมหมู่ป่าภายในถ้ำ หรือการนำตัวเด็กออกจากถ้ำจนประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้เกิดเพราะโชคช่วย  และไม่ได้เกิดจากความบังเอิญที่น้ำภายในถ้ำหลวงจะลดลงเองได้  ความสำเร็จในการกู้ภัยเหล่านี้เกิดจากการวางแผนงานที่รัดกุม มีการซักซ้อมเพื่อลดความผิดพลาดให้น้อยลงมากที่สุดในสถานการณ์วิกฤตที่เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทั้งคนไทยและนานาประเทศเข้าร่วมปฏิบัติการต่างหาก คนไทยวันนี้ได้เห็นวิทยาการและเทคโนโลยีสุดล้ำยุคที่สร้างความเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ การกู้ภัยครั้งนี้จึงมีปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้ง ๆ ที่เป็นเหตุร้ายอุบัติเหตุที่ยากที่สุดในโลกก็ตาม มากไปกว่านั้น 'คนไทย' ได้เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์และภูมิศาสตรร์ในชีวิตประจำวัน ทั้งข้อจำกัดของระบบภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายทะลุพื้นดินไม่ได้ เซ็นเซอร์สแกนตรวจสอบภายในถ้ำต่างๆ การเสนอแนวคิดต่างๆ ในการกู้ภัยทั้งการใช้ท่อไนล่อน หรือการใช้เรือดำน้ำเล็ก รวมถึงเรื่องพื้นฐานอย่างกฎ 3-3-3 ของการชีวิตรอด คือคนเราสามารถขาดอากาศได้ 3 นาที ขาดน้ำได้ 3 วัน และขาดอาหารได้ 3 สัปดาห์ ซึ่งสร้างความเข้าใจให้กับคนไทยอื่นหลายคนที่นังไม่รู้เรื่องเหล่านี้


เรื่องดีอีกเรื่อง....คือ สถานการณ์อันเลวร้ายนี้สร้างบุคคลตัวอย่างให้คนไทยรู้จัก!  เราต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมับบุคคลต้นแบบมักจะเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตกับผู้อื่นเสมอ เป็นการจุดประกายให้ชีวิตมีจุดมุ่งหมายว่าอยากทำอะไร หรืออยากเป็นอะไรให้ได้อย่างบุคคลต้นแบบที่เรานับถือ ซึ่งในเหตุการณ์นี้ทำให้คนไทยได้รู้จักคนเก่งในหลากหลายอาชีพ เพื่อเป็นต้นแบบในการใช้ชีวิตต่อไป

"ถ้ำหลวง" เรื่องดีของคนไทย




แน่นอนว่า ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร (อดีต) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชื่อนี้คงเป็นที่จดจำของคนไทยไปอีกนานพราะเป็นบุคคคลต้นแบบในการวางตัวเป็นผู้นำที่ดีในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้  ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ แม่ทัพวางแผนและควบคุมการกู้ภัย 13 ชีวิตหมู่ป่าว ได้แสดงให้คนไทยเห็นว่าการเป็นผู้นำที่ดี สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นแบบอย่างที่น่าศึกษาทั้งวิธีการสื่อสารกับมวลชนที่เข้ามาช่วยเหลือหน้างานที่มีจำนวนมาก ก็ต้องการการสื่อสารที่สั้น กระชับ ไม่อ้อมค้อม รวมถึงการสื่อสารกับประชาชนที่ติดตามที่ให้รายละเอียดและความมั่นใจตามข้อมูลที่มี ไม่มีการให้ความคาดหวังเกินจริง และเป็นแบบอย่างในการทำงานร่วมกันเป็นทีม Elon Musk (อีลอน มัสก์) ซีอีโอของ Tesla บริษัทผลิตรถไฟฟ้าชั้นนำของโลก, SpaceX บริษัทขนส่งทางอวกาศที่พัฒนาจรวดขนส่งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และ Boring Company บริษัทเกี่ยวกับธรณีและการขุดเจาะ ซึ่งบริษัททั้งหมดนั้นใช้วิทยาศาสตร์ชั้นสูงเพื่อแก้ปัญหายากๆ ในชีวิตของมนุษยชาติ ซึ่งในเหตุการณ์ทีมหมูป่าติดถ้ำนี้ Musk ได้แสดงให้คนไทยได้เห็นบุคลิกของผู้บริหารที่มีเทคโนโลยีอยู่ในมือ และตัดสินใจอย่างรวดเร็วให้ทีมวิศวกรของบริษัทนำเทคโนโลยีมาสร้างเครื่องมือกู้ภัย และส่งมาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตามมาด้วย พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือ หมอภาคย์ ตัวแทนกองทัพไทยที่ผ่านการฝึกฝนสุดโหด และร่วมปฏิบัติภารกิจในฐานะนายแพทย์แนวหน้าที่ดำน้ำมุดถ้าที่คดเคี้ยวเข้าไปช่วยเหลือเด็กๆ อละอาสาสมัครจากนานาประเทศ ที่ทำให้คนไทยรู้จักนักดำน้ำกู้ภัยในถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทาน วิศวกรสื่อสาร วิศวกรธรณี และอื่นๆ อีกมากมาย


บุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งคือ "จ่าเอกสมาน กุนัน" อายุ 38 ปี หนึ่งในทีมซีล ที่ช่วยน้อง ๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี แต่ท้ายที่สุดได้เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ช่วย 13 ชีวิตที่ติดถ้ำหลวง ย้อนรอยข้อความนัดหมายในกลุ่มนักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ เมื่อจ่าเอกสมาน หรือ จ่าแซม ทราบว่ามีการค้นหาน้อง ๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมีในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งจำเป็นต้องใช้นักดำน้ำจำนวนมาก สนับสนุนการทำงานของมนุษย์กบ ซึ่งเป็นส่วนหน้าทะลวงค้นหาเป้าหมาย แม้จ่าเอกสมาน จะทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุฝ่าย รปภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทยแล้ว แต่ก็รีบอาสาร่วมปฏิบัติภารกิจทันที จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต 


"ถ้ำหลวง" เรื่องดีของคนไทย




ผมเชื่อว่า "การเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของจ่าแซม จะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวคนไทย ให้มีความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และมีความเสียสละต่อคนไทยด้วยกันและมนุษย์ด้วยกันเอง" และผมก็เชื่ออีกว่า คนไทยรู้สึกช็อกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ขอยกย่องสดุดี จ่าเอกสมาน หรือ จ่าแซม เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของชาติ นับเป็นการจากไปที่ยิ่งใหญ่สมเกียรติของทหารกล้า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวอย่างสุดซึ้ง และ จ่าแซม จะอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป "คนดี...ไม่มีวันตาย


สิ่งที่ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้อีกเรื่องหนึ่งคือ บรรทัดฐานใหม่ให้กับสื่อมวลชน


เหตุการณ์ทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนนี่แตกต่างจากเหตุการณ์ส่วนใหญ่อื่นๆ ที่สื่อมวลชนไทยเคยเจอมา คือ เป็นสถานการณ์ที่ลากยาวติดต่อนานแรรมเดือน และเป็นสถานการณ์ที่คนทั้งโลกสนใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยความที่เป็นสถานการณ์ลากยาว ทำให้องค์กรต่างๆ หรือภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดบทบาทของสื่อ จากปกติที่โลกในยุคโซเซียลและนิสัยผู้เสพนั้นสั่งสอนให้สื่อไทยต้องเน้นดราม่า ต้องตีหัวเรียกคนดูเพื่อยอดวิวยอดไลค์ จนบางครั้งก็ก้าวข้ามเส้นความเป็นส่วนตัวของผู้เสียหาย หรือก้าวข้ามเส้นจริยธรรมบางอย่างไป แต่เหตุการณํนี้เรามีเวลามากพอที่จะตั้งเงื่อนไขและตั้งคำถามว่าสื่อมวลชนควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไรบ้างในเหตุการณ์แบบนี้?


นอกจากนี้ด้วยความที่ต่างชาติก็ให้ความสนใจในเหตุการณ์นี้มากมาย ทำให้เรามีข้อเปรียบเทียบการทำงานของสื่อไทยกับสื่อต่างชาติ ว่ามีรูปแบบการนำเสนอต่างกันอย่างไร กลายเป็นข้อเปรียบเทียบให้สื่อไทยได้ปรับปรุงการทำงานให้ได้อย่างนานาประเทศ แต่เราก็ต้องเข้าใจว่าสื่อของชาติใดก็ต้องนำเสนอแง่มุมที่เหมาะกับคนดูในประเทศนั้น เราจึงไม่อาจแปลกใจนักที่สื่อไทยจะเน้นเรื่องความสัมพันธ์ บุคคลใกล้ตัว และเรื่องส่วนตัว เพราะอาจเป็นนิสัยของคนไทยกลุ่มหนึ่งเช่นกัน


ผมขอจารึกในบทความชิ้นนี้ว่า "ภารกิจช่วย 13 ชีวิต #ถ้ำหลวง ทำให้เห็นว่ามนุษยชาติมีคุณค่าขนาดไหน"



"ถ้ำหลวง" เรื่องดีของคนไทย