เมื่อไปถึงพบว่าซากพะยูนมีสภาพขึ้นอืด ตามลำตัวมีบาดแผลหลายจุด ขนาดลำตัวยาวประมาณ 3 เมตร กว้างประมาณ 90 เซนติเมตร คาดว่าคงเสียชีวิตในท้องทะเลแล้วถูกคลื่นลมในทะเลที่มีกำลังแรงสูง 2 3 เมตร ซัดขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาด เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ อบต.เกาะคอเขา ได้แจ้งให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บตัวอย่าง DNA และนำซากไปทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต โดยทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าพะยูน ตัวดังกล่าวเป็นพะยูนที่โตเต็มที่แล้วมีอายุประมาณ15-20 ปี ปกติมักจะอาศัยหากินอยู่ตามบริเวณเกาะผ้าที่มีแหล่งหญ้าทะเลอุดมสมบูรณ์ อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกของเกาะคอเขา ประมาณ 3 กิโลเมตร
ในพื้นที่จังหวัดพังงาได้มีการพบพะยูนในพื้นที่เกาะระ เกาะพระทอง เกาะคอเขา เกาะยาวและอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาอยู่เสมอ เพราะยังเป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะหญ้าทะเล ซึ่งเป็นอาหารของพะยูน จากการบินสำรวจของศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ในปี 2560 พบว่ามีอยู่ในพื้นที่จังหวัดพังงาประมาณ 10 ตัวเท่านั้น