เนชั่นทีวี

ข่าว

ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น

07 มิ.ย. 2561 | Pattana_sri

ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น

ด่านศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เผยจำหน่ายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เจ้าหน้าที่ศุลกากรภูเก็ต ร่วมกันทุบทำลายสินค้าลักลอบหนีศุลกากร ประเภทสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้าที่คดีได้ถึงที่สุดแล้ว

ที่โรงเตาเผาขยะเทศบาลนครภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางกาญจนา สุวานิโช นายด่านศุลกากรภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ศุลกากรภูเก็ต ร่วมกันทุบทำลายสินค้าลักลอบหนีศุลกากร ประเภทสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และเครื่องหมายการค้าที่คดีได้ถึงที่สุดแล้ว รวมทั้งหมดกว่า 4,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น



ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น



ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น



ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น



ประกอบด้วย เสื้อผ้า หมวก กระเป๋า นาฬิกา เข็มขัด และรองเท้า ภายในแบรนด์ adidas, Supreme, Nike, Nontblanc, Puma, Louis vuiton, Chanel, Rolex และสินค้าประเภทต้องห้าม อาทิ อุปกรณ์บารากู บุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น โดยใช้มีดกรีดและทุบทำลาย ก่อนให้รถแบ็คโฮเข้าบดทำลาย และทำการตักขึ้นรถบรรทุกลำเลียงเข้าสู่เตาเผาขยะเพื่อเผาทำลายตามขั้นตอนต่อไป นางกาญจนา สุวานิโช นายด่านศุลกากรภูเก็ตกล่าวว่า การเผาทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และห้ามนำเข้าดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากด่านศุลกากรภูเก็ตได้ทำการปราบปรามและจับกุมการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ตามนโยบายของกรมศุลกากร รวมถึงสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ ที่หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตได้ทำการจับกุม เช่น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เป็นต้น

ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น



ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น



ศุลกากรภูเก็ตทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 4,000 ชิ้น



ซึ่งก่อนดำเนินการนั้นได้เชิญเจ้าของลิขสิทธิ์มาร่วมตรวจสอบสินค้าตามขั้นตอนกฎหมายโดยเปิดให้ผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของภายใน 30 วัน แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวจึงได้ดำเนินการนำมาทำลายดังกล่าว ส่วนของสถานการณ์ลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นพบว่ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะบริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ละเลยยังคงมีการตรวจสอบและจับกุมอย่างต่อเนื่อง 

ข่าวล่าสุด