ต่อมา นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ขึ้นจุดธูปเทียนบูชาเครื่องสักการะ ก่อนที่จะเข้าสู่พิธีเบิกฟ้า ขอขมาแถนไท้ ยกอ้อ ยอคาย ถวายครู ตามอริยะประเพณีอีสาน โดยมี ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ หรือ พ่อครูธรรม ยอดแก้ว อ่านโองการและเรียกหน้าพาทย์ และเชิญพระครูช่างขึ้นเจิมโองการบนประลำพิธี พร้อมกับการอ่านโองการและคำไว้ครู
รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การสร้างเมรุลอยที่จะใช้ในงานพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งจะมีบรรดาลูกศิษย์ ครูช่างฝีมือดี และประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ อาสาเข้ามาร่วมสร้างเมรุลอยและส่วนประกอบต่างๆเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นโดยธรรมเนียมปฏิบัติของคนอีสานที่ยึดถือกันมา เมื่อจะมีการจัดงานใหญ่โดยเฉพาะงานที่เป็นมงคล ก็จะมีการทำพิธีกรรมที่เรียกว่าการขอขมาแถนไท้ เพื่อขอฟ้าขอเทวดาให้บันดาลให้งานที่จัดขึ้นออกมาสมบูรณ์และราบรื่น ดังนั้น การก่อสร้างเมรุลอยของหลวงพ่อคูณ ที่จะเริ่มดำเนินการสร้างส่วนประกอบต่างๆ ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ จึงจำเป็นที่จะต้องทำพิธีเบิกฟ้าก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ การจัดงานพิธีดังกล่าวนี้ ยังถือว่าเป็นทำพิธีเพื่อให้บรรดาครูช่างทางศิลปะที่จะมาร่วมกันสร้างเมรุลอย ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือ ได้ถือโอกาสนี้ในการไหว้บูชาครูด้วย
หลังจากการประกอบพิธีเบิกฟ้าขอขมาแถนไท้ฯ เสร็จสิ้น มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ ก็จะเริ่มระดมสรรพช่าง ซึ่งประกอบด้วย ศิลปินแห่งชาติ ครูช่าง และช่างอาสา ซึ่งเป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ รวมทั้งนักศึกษาเริ่มดำเนินการก่อสร้างส่วนประกอบต่างๆ ของเมรุลอย โดยจะใช้พื้นที่สนามหญ้าบริเวณบึงสีฐาน ซึ่งเป็นจุดที่เคยสร้างเจย์ดีเสด็จฟ้า สถิตไทย ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นสร้างขึ้นเพื่อถวายความอาลัยแด่ในหลวงรัชการที่ 9 เป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้างส่วนประกอบต่างๆ ของเมรุลอย โดยจะมีการสร้างเป็นโดมขนาดใหญ่เพื่อเป็นสถานที่ในการทำงานของช่างศิลป์และช่างอาสา เพื่อให้ส่วนประกอบต่างๆ แล้วเสร็จก่อนงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ 2 เดือน เมื่อส่วนประกอบต่างๆแล้วเสร็จจึงจะเคลื่อนย้ายไปยังพุทธมณฑลอีสาน สถานที่ที่ใช่จัดงานพระราชทานเพลิงของหลวงพ่อคูณ
อย่างไรก็ดี การก่อสร้างเมรุลอยของหลวงพ่อคูณ จะเป็นการสร้างที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนทุกคน การก่อสร้างจึงเป็นการผสมผสานความร่วมมือระหว่างช่างจากสกุลต่างๆ มาร่วมกันทำ โดยแนวคิดและวิธีการก่อสร้างจะยึดพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณเป็นหลักที่เน้นความเรียบง่ายตามอัตลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ ซึ่งประชาชานที่ต้องการมีส่าวนร่วมในการสร้างส่วนประกอบต่างๆ ของเมรุลอยสามารถเข้าช่วยงานเป็นช่างอาสาได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้