มีการกล่าวหาคู่แข่งทางการเมืองออกจากปากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่โยนระเบิดเรื่องมีอำนาจรัฐไปบีบกลุ่มธุรกิจ ไม่ให้สนับสนุนพรรคการเมืองอื่น ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "ตัดท่อน้ำเลี่ยง" รวมทั้งการทิ้งประเด็นว่ามียุทธวิธีการชักชวนคนเข้าพรรคหรือ "ดูด" ด้วยการเสนอตำแหน่งทางการเมืองเป็นตัวล่อ
ตามมาด้วยลูกพรรคจอมพูดอย่าง วัชระ เพชรทอง ออกมาสำทับว่าพรรคการเมืองบางพรรคกำลังระดมเงิน 4 หมื่นล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้งและมีการ "ดูด" อดีส.ส.เข้าพรรค
อาการของผู้นำและลูกพรรคแระชาธิปัตย์ที่โจมตีอย่างรุนแรงพุ่งเป้าไปที่พรรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้เป็นกลไกในการสืบทอดอำนาจทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคสช. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากมีข่าวว่าถูกพรรคประชาธิปัตย์สาย กปปส. 4 คนไปเจรจาทางการเมืองกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และตามมาด้วยความเคลื่อนไหวของอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนอื่นเรื่องการย้ายพรรคที่ต้องตอบคำถามกันพัลวัน
วัฒนธรรมองค์กรของพรรคการเมืองเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง "วลี" หรือ "วาทกรรม" ในการกล่าวหาคู่แข่งที่ชักชวนส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ให้ย้ายไปร่วมในพรรคอื่นๆ จะใช้คำว่า "ดูด" พร้อมถล่มว่ายุทธวิธีการ "ดูด" มีการใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงินมาล่อและบีบบังคับ ตรงกันข้ามถ้ามีนักการเมืองจากพรรคการเมืองอื่นที่ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ไปเจรจาให้ย้ายมาอยู่ร่วมพรรค พลพรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผมจะประดิษฐ์วาทกรรรมว่า "มาร่วมอุดมการณ์" เดียวกัน ไม่ใช่การ "ดูด" ทั้งทีี่ผลลัพธ์เป็นอย่างเดียวกันคือ "ย้ายพรรค"
เลิกเสียทีพฤติกรรม "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น" คนในพรรคประชาธิปัตย์ต้องหันมาทบทวนหรือปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปการทำงานทางการเมืองอย่างจริงจัง อย่า "เก่งแต่พูด" พอถึงเวลาปฏิบัติจริง "ทำไม่เป็น" หมดเวลากล่าวหาคนอื่นหันมาเตรียมตัวคิดนโยบายแก้ไขปัญหาประเทศเทศ แข่งกับพรรคการเมืองอื่น ให้ประชาชนตัดสินใจในวันเลือกตั้งว่านนโยบายที่เป็นชิ้นเป็นอัน โดนใจประชาชนหรือไม่ น่าจะดีกว่า เสียเวลาไปประดิษฐ์ "วาทกรรม" โจมตีคู่แข่ง
ยกตัวอย่างแทนที่จะเสนอนโยบายแข่งกับ ทักษิณ ชินวัตร แห่งไทยรักไทยในอดีต ประชาธิปัตย์ เสียเวลาไปคิด "วาทกรรม" ว่า "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" โดยไม่มีนโยบายใดๆ ที่เป็นรูปธรรมนำเสนอต่อประชาชน จนในที่สุดต้องพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งทุกครั้งต่อ ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นเวลานับ 10 ปี (อย่างน้อยในการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุด) เป็นการพ่ายแพ้อย่างยับเยินเสียด้วย
แต่ความพ่ายแพ้เหล่านี้หาทำให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาทบทวนตัวเองเพื่อนำเสนอนโยบายที่ดีในการแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน และประเทศชาติไม่ ประชาธิปัตย์ยังมุ่งเน้นการประดิษฐ์ "วาทกรรม" โจมตีผู้อื่นอยู่ร่ำไป
การที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีตส.ว.อย่าง วัชระ เพชรทอง ออกมาทิ้งระเบิดเปิดประเด็นข้างต้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้กล่าวหาทั้งสองต้องมีหลักฐานมาพิสูจน์ให้สังคมเชื่อได้ว่าสิ่งที่พูดมีความน่าเชื่อถือ ถ้าแค่โยนระเบิด เปิดประเด็นแล้วเงียบหายไม่มีการพิสูจน์กันก็เป็นเพียงการกล่าวหา (โยนชั่วให้คนอื่น) เท่านั้น
ต่อไปนี้สังคมคงต้องจี้ถาม ประชาธิปัตย์ ให้แสดงหลักฐานเพื่อรับผิดชอบในคำพูดของตนด้วย
จากคอลัมน์... กวาดบ้านกวาดเมือง โดย... ลมใต้ปีก คมชัดลึก