เรื่องของโครงการจัดซื้อและติดตั้ง "ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์" ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จัดซื้อและติดตั้งไปแล้ว 93 ตู้ ประมาณ 51 ล้านบาท และยังมีแผนติดตั้งเพิ่มอีก 75 ตู้ในปีนี้ จนถูกวิจารณ์อย่างหนัก จนรัฐบาลต้องสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯแต่แม้จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ แล้ว เรื่องราวอื้อฉาวก็ยังไม่จบ เพราะปรากฏว่าผู้บริหาร ศอ.บต.กลับตั้งโต๊ะแถลงยืนยันความคุ้มค่า ราคาถูก และความถูกต้องเหมาะสมที่จัดซื้อด้วย "วิธีพิเศษ" โดยไม่มีการประกวดราคา ทั้งๆ ที่โครงการนี้ยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น แต่การแถลงของ ศอ.บต.ก็ยังมีประเด็นที่ไม่ได้ชี้แจง หรือชี้แจงไม่ชัดเจนรวมแล้ว 7 ประเด็น ซึ่ง "ล่าความจริง" ได้รายงานแต่ละประเด็นเอาไว้เมื่อวานนี้
ล่าสุด หลังจากรัฐบาลสั่งการให้องค์กรตรวจสอบหลายองค์กรดำเนินการสอบสวนหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ ทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กอ.รมน.ข้อมูลที่ "ล่าความจริง" ได้รับมาเพิ่มเติมก็คือ การจัดซื้อจัดจ้าง "วิธีพิเศษ" ของ ศอ.บต. มีข้อพิรุธน่าสงสัย เพราะมีบริษัทผู้ผลิตตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เสนอราคาเพียง 2 ราย และ 1 ใน 2 รายนั้น ยังเสนอราคาสูงกว่า "ราคากลาง" อีกด้วย
โครงการติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ล็อตแรก 93 ตู้ แยกเป็น 2 สัญญา ศอ.บต.กำหนด "ราคากลาง" อยู่ที่ตู้ละ 6 แสน 1 หมื่นบาท บริษัทที่ได้งาน คือ บริษัท เซ็นทริก (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเรื่องนี้คุณผู้ชมที่ติดตามข่าวคงทราบอยู่แล้ว เพราะทางบริษัทเพิ่งเปิดสาธิตคุณภาพของตู้กรองน้ำครึ่งล้านเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแต่ประเด็นอยู่ตรงนี้ ตรงที่อีก 1 บริษัทที่เสนอราคาเป็น "คู่เทียบ" ของ บริษัท เซ็นทริกฯ เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช นี่คือเอกสารการเสนอราคาของบริษัทนี้ ดูราคาที่บริษัทเสนอ คือตู้ละ 659,000 บาท สูงกว่าราคากลางถึง 49,000 บาท ทำให้ยอดรวมราคาทั้งโครงการ สูงกว่างบประมาณที่ ศอ.บต.ตั้งไว้อย่างมาก ส่วน บริษัท เซ็นทริกฯ เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง จึงได้งานโครงการนี้ไป
"ล่าความจริง" ได้ข้อมูลจากคนในวงการธุรกิจที่เคยประมูลงานกับทางราชการ ยืนยันว่า บริษัทเอกชนที่จะร่วมประมูลงาน หรือเสนอราคากับหน่วยราชการ จะทราบ "ราคากลาง" ที่หน่วยราชการได้ประกาศออกมาก่อนแล้ว และทุกบริษัทจะเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง ส่วนจะต่ำมากหรือต่ำน้อย ขึ้นกับศักยภาพของแต่ละบริษัท แต่การเสนอราคา "สูงกว่าราคากลาง" เป็นเรื่องแปลกประหลาด และไม่มีทางที่จะได้งานเลย ฉะนั้นหากบริษัททำงานไม่ได้ตามราคากลางที่หน่วยราชการกำหนด ก็จะไม่เลือกเสนอราคาไปเลยตั้งแต่ต้น"ล่าความจริง" ได้ลงพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็น "ที่ตั้่ง" ของบริษัทแห่งนี้ ตามที่แจ้งไว้กับกรมทะเบียนการค้า แต่ปรากฏว่าไม่พบบริษัทผลิตตู้กรองน้ำแต่อย่างใด
สอบถามคนแถวนั้น ทราบว่ามีการย้ายที่ตั้งไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราชเช่นกัน แต่เมื่อทีมข่าวตามไปอีก ก็พบว่ากลายเป็นบริษัทรับต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ส่วนบริษัทผลิตตู้กรองน้ำ ทราบว่าหุ้นส่วนมีปัญหากัน และแยกไปเปิดกิจการอีกที่หนึ่ง เมื่อทีมข่าวโทรศัพท์ไปสอบถาม ได้รับคำตอบว่า ยังอยู่ระหว่างตกแต่งหน้าร้าน ไม่สะดวกให้ผู้สื่อข่าวไปพบนี่คือพิรุธของโครงการตู้กรองน้ำครึ่งล้าน ซึ่งยังมีข้อมูลหลักฐานออกมาเรื่อยๆ ซึ่งล่าความจริงจะเกาะติดมานำเสนอต่อไป