สุดท้ายอัยการมีความเห็นไม่ตรงกับพนักงานสอบสวน โดยอัยการสั่งฟ้องเพียง 6 ข้อหา สั่งไม่ฟ้อง 5 ข้อหา ทำให้ต้องส่งความเห็นไปให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พิจารณาอีกครั้ง ล่าสุดวันนี้ รอง ผบ.ตร. พลตำรวจเอก ศรีวราห์ บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับอัยการ และในวันที่ 9 เมษายนนี้ ได้นัดประชุมเพื่อเพื่อสรุปความแย้งต้องฟ้องทุกข้อหาไปให้อัยการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน บอกว่า ล่าสุดทางอัยการภาค7 ได้ส่งความเห็นกลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว และได้นัดประชุมคณะพนักงานสอบสวนที่ทำคดีประชุมกันช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 9 เมษายนนี้
เพื่อหารือถึงแนวทางเสนอความเห็นแย้งกลับไปยังอัยการ คดีนี้ ยังยืนยันคำเดิม คือ เห็นแย้งอัยการภาค 7 ทุกข้อหาที่ไม่สั่งฟ้องมาดูกันก่อนว่า 6 ข้อหาที่อัยการสั่งฟ้อง มีข้อหาใดบ้าง ข้อหาแรกคือ ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาต ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ร่วมกันซ่อนเร้น หรือพาเอาไปซากสัตว์ป่าที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
ส่วน 5 ข้อหาที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง คือ ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันนำเครื่องมือล่าสัตว์ป่า หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และร่วมกันทารุณกรรมสัตว์ ทั้ง 5 ข้อหาที่สั่งไม่ฟ้องนี้ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ บอกว่า ไม่เห็นด้วยเลย โดยเฉพาะข้อหาพยายามล่าสัตว์ป่าฯ ที่อัยการสั่งฟ้องนายธานี ทุมมาศ 1 ในผู้ต้องหา แต่ไม่ฟ้องคุณเปรมชัย
ทางพลตำรวจเอกศรีวราห์ ก็ตั้งคำถามกลับไปว่า ปืนที่นายธานี ใช้ยิงสัตว์ป่าเป็นปืนของใคร เป็นของคุณเปรมชัยใช่หรือไม่ แล้วทำไมเจ้าของปืนจึงไม่ถูกฟ้อง ข้อหานี้พนักงานสอบสวนต้องเห็นแย้งอย่างแน่นอนรวมทั้งข้อหาอื่นๆด้วย