เนชั่นทีวี

ข่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์หาแนวทางสร้างอาชีพสู้ภัยแล้ง

03 เม.ย. 2561 | kanyarat

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์หาแนวทางสร้างอาชีพสู้ภัยแล้ง

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่สอบถามถึงปัญหา ความต้องการและ แนะแนวทางพัฒนาอาชีพให้ชาวบ้านพื้นที่ประสบภัยแล้ง

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ แนะแนวทางพัฒนาอาชีพให้ชาวบ้านพื้นที่ประสบภัยแล้ง ซึ่งเป็นหมู่บ้าน ตั้งขึ้นใหม่ หลัง คสช.ยึดคืนจากนายทุนกว่า 700 ไร่ และจัดให้เข้าไปทำกิน 74 ครัวเรือน โดยส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชอายุสั้น แล้งนี้ดึงภาคเอกชน เข้ามาร่วมในรูปแบบประชารัฐ เพื่อสร้างอาชีพยั่งยืน และแก้ไขปัญหาความยากจน ตามนโยบายรัฐบาล ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องขอให้ขุดบ่อน้ำเพิ่ม เนื่องจากตอนนี้น้ำได้แห้งขอดไปจากก้นบ่อจนหมดแล้ว

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์หาแนวทางสร้างอาชีพสู้ภัยแล้ง


วันที่ 3 เมษายน 2561 ที่บ้านดงกล้วย หมู่ 4 ต.นาจำปา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่สอบถามปัญหา ความต้องการและหาแนวทางพัฒนาอาชีพ ในการจัดที่ดินทำกินแปลงรวม ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยมีนายรณชัย ภูครองทอง สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ นายเดชา เจนกลรบ ปฏิรูปที่ดิน จ.กาฬสินธุ์ นายอภิวัฒน์ สินแสง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สนง.ปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ และส่วนราชการ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชาวบ้าน ร่วมต้อนรับ

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์หาแนวทางสร้างอาชีพสู้ภัยแล้ง



นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการติดตามผล ทั้งในส่วนของความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพแล้ว ยังจะได้ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางพัฒนาอาชีพ ให้เกิดการต่อยอดและยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีภาคเอกชนคือบริษัทน้ำตาลมิตรผล เข้ามาเป็นภาคี ที่จะร่วมขับเคลื่อนร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ ทั้งการส่งเสริมการผลิต การแปรรูป และการตลาด ที่มองไว้คือการเกษตร โดยปลูกพืชที่ถนัดและทำกันอยู่แล้ว มอบหมายให้สหกรณ์เข้ามาเป็นตัวกลาง และให้สินเชื่อเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ผลิต

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์หาแนวทางสร้างอาชีพสู้ภัยแล้ง


นายพิเชษฐ์กล่าวอีกว่า ในช่วงแรกที่เข้ามาส่งเสริมอาชีพราษฎรที่หมู่บ้านนี้ ปัญหาที่พบคือสภาพดินที่เสื่อมโทรม ขาดแคลนแหล่งน้ำในการอุปโภค บริโภค และพื้นที่ทำกินมีจำกัดเพียงครัวเรือนละ 2.5 ไร่ จึงได้ส่งเสริมการเพาะปลูกพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย เช่น ผักสวนครัว เลี้ยงโค เลี้ยงปลา เลี้ยงหมู เลี้ยงหม่อนไหม และจัดตั้งสหกรณ์ ทำให้เกิดผลผลิต มีอาหาร และจำหน่าย แต่ก็ต้องมองไปที่อนาคตและการต่อยอด เพื่อความมั่นคง มีอาชีพที่ยั่งยืน โดยจะต้องมีการพัฒนา แปรรูปสินค้าที่ผลิตได้ เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสร้างมูลค่าเพิ่ม ในส่วนนี้ได้เชิญชวนภาคเอกชน เข้ามาดูข้อมูล และจัดเวทีเสวนา เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อน และร่วมกันแก้ไขปัญหาความยากจน ตามนโยบายของรัฐบาล

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์หาแนวทางสร้างอาชีพสู้ภัยแล้ง


ทั้งนี้ หมู่บ้านดงกล้วย เป็นพื้นที่ที่ คสช.ยึดคืนจากนายทุน ในปี 2558 จำนวน 777 ไร่ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) มีมติมอบที่ดินให้แก่ราษฎรฐานะยากจน ไร้ที่ทำกิน ในรูปแบบสหกรณ์ เมื่อปี 2559 จำนวน 74 ราย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการสนับสนุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมอาชีพ ยึดหลักการรวมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยจัดสรรพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือพื้นที่พักอาศัย เนื้อที่ 225 ไร่ รายละ 2.5 ไร่ พื้นที่แปลงรวม เนื้อที่ 413 ไร่ สำหรับปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ และพื้นที่ส่วนกลาง เนื้อที่ 138 ไร่ สำหรับที่ตั้งสหกรณ์ ศูนย์การเรียนรู้ บ่อน้ำ และอื่นๆ


อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เคยปลูกไม้ยูคาลิปตัส และเป็นที่สูง สภาพดินจึงขาดความอุดมสมบูรณ์ และระบบน้ำจากแผงโซล่าเซลล์ยังไม่เพียงพอ ถึงแม้จะเคยมีหน่วยงานเข้าไปทำการขุดบ่อ เพื่อรองรับน้ำฝนไว้ใช้ในฤดูแล้ง แต่ปัจจุบันน้ำที่จะให้สัตว์เลี้ยงกินและรดผักสวนครัวแทบจะไม่เพียงพอ ชาวบ้านยังได้เรียกร้องภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปรับปรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการสูบน้ำและจ่ายน้ำ รวมทั้งขุดบ่อน้ำเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากตอนนี้น้ำได้แห้งขอดไปจากก้นบ่อจนหมดแล้ว

ข่าวล่าสุด