เริ่มจากประเด็นแรก ความเคลื่อนไหวที่เข้มข้นขึ้นของ "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ซึ่งบุกไปถึงหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเมื่อวันเสาร์ และมีข้อเรียกร้องสำคัญ 2 ข้อ คือให้จัดเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ และให้กองทัพเลิกสนับสนุนคสช. มิฉะนั้นจะชุมนุมยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมเป็นต้นไป
ประเด็นนี้ พลเอก ประวิตร บอกว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่ารัฐบาลจะจัดไม่เลือกตั้ง เพราะบ้านเมืองกำลังเดินไปตามโรดแมพ ส่วนการแยกกองทัพออกจาก คสช. เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไปฟังเสียงกันค่ะ
เรื่องนี้ยังไม่จบ นักข่าวถามต่อว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ พลเอก ประวิตร ไม่ตอบประเด็นนี้ตรงๆ บอกเพียงว่าให้สื่อไปคิดดูเอง เพราะบ้านเมืองกำลังเดินไปอย่างดีตามโรดแมพ ส่วนจะถึงขั้นต้องใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ มาควบคุมหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับว่ามีคนไปแจ้งความร้องทุกข์หรือเปล่า
พอ พลเอกประวิตร พูดแบบนี้ ก็มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งตำรวจทันที โดยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ออกมาบอกว่า ได้สั่งให้ตำรวจท้องที่รายงานเข้ามายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วว่าการชุมนุมมีการขออนุญาตหรือไม่ หากไม่มี ก็ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตามกรอบที่กฎหมายให้อำนาจเอาไว้
แจงปลด "สมชัย" ไม่ได้แทรกแซงองค์กรอิสระ
ข้ามไปประเด็นที่ 2 เรื่องการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 สั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ กกต.ของ อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แม้แต่สื่อต่างชาติก็ให้ความสำคัญ หยิบไปเสนอข่าวอย่างกว้างขวาง เพราะส่งผล 3 ประเด็น คือ 1.แสดงให้เห็นว่าองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง "ไม่เป็นอิสระจริง" เพราะ คสช.มีอำนาจสั่งการแทรกแซงได้ 2.สืบเนื่องจากข้อ 1 เมื่อเป็นแบบนี้ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามโรดแมพ ก็อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ และ 3.หากนายทหารใน คสช.ลงเล่นการเมือง หรือสืบทอดอำนาจผ่าน "พรรคการเมืองนอมินี" บทบาทของ กกต.ก็จะถูกตั้งคำถามมากขึ้นไปอีกว่าจะให้ความเป็นธรรมกับพรรคการเมืองได้แค่ไหน
เมื่อคนในประเทศ และสื่อต่างประเทศเขาวิจารณ์กันแบบนี้ ร้อนถึง พลเอกประวิตร ต้องออกมาชี้แจง โดยบอกว่า คสช.ไม่ได้ใช้ ม.44 ตามอารมณ์ เพราะทุกอย่างมีหลักฐานเรียบร้อย ถ้าไม่ให้ปลดอาจารย์สมชัย จะให้ทำอย่างไรเพื่อไม่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในกระบวนการการเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การแทรกแซงองค์กรอิสระ
นี่คือคำชี้แจงจาก พลเอกประวิตร ซึ่งเป็นทั้งผู้ใหญ่ในรัฐบาล และใน คสช. ส่วนจะฟังขึ้นหรือไม่ก็ขึ้นกับคุณผู้ชมจะพิจารณา
เลขาฯป.ป.ช.แย้มยังส่งคำถามนาฬิกาหรูเพิ่มได้อีก
ประเด็นสุดท้ายในเรื่องการเมือง ประเด็นนี้เกี่ยวกับ "บิ๊กป้อม" โดยตรง คือปม "แหวนเพชรแทงตา นาฬิกาสุดหรู" ภายหลังปรากฏภาพบนนิ้วนางและข้อมือข้างขวาของ พลเอกประวิตร ระหว่างไปถ่ายรูปหมู่ ครม.ประยุทธ์ 5 เมื่อปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็มีการเปิดภาพการสวมใส่นาฬิกาหรูอีกอย่างน้อย 25 เรือน จนถูกตั้งคำถามว่า ทำไมถึงไม่มีแจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ต้องรายงานต่อ ป.ป.ช.เลย เรื่องนี้ดำเนินมาถึงขั้นที่ ป.ป.ช.ชุดใหญ่จะประชุมหารือกันภายในสัปดาห์นี้ ตามการชงเรื่องของ "คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง" ของ "สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง" ซึ่งเก็บข้อมูลเบื้องต้นมาเกือบ 4 เดือนเต็มแล้ว
เลขาธิการ ป.ป.ช. คุณวรวิทย์ สุขบุญ บอกว่า ป.ป.ช.จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างไรต่อไป และจะต้องเรียก พลเอกประวิตร มาชี้แจงด้วยตนเองหรือไม่ ต้องรอผลการประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่เป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งคณะทำงานได้เสนอแนวทางไปให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย และขอให้สื่อใจเย็นๆ
นี่คือความเคลื่อนไหวใหญ่ๆ ทางการเมือง 3 เรื่อง 3 ประเด็นที่ "ล่าความจริง" เรียงร้อยนำมาฝากกัน จะเห็นได้ว่าบรรยากาศการเมืองเริ่มร้อนแรงเข้มข้นขึ้นทุกขณะแล้ว