นายอัจฉริยะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นางเรวดี ได้นำเอกสารทางราชการที่ได้จาก ร.ต.ท.สมประสงค์ ไปเปิดเผยต่อที่สาธารณะ โดยอ้างว่า ร.ต.ท.สมประสงค์ ได้ฝากเอกสารไปมอบให้กับตำรวจกองปราบฯ แต่ข้อเท็จจริงขณะนั้น ยังไม่มีการโอนคดีมายังกองปราบปราม และไม่มีพนักงานสอบสวนกองปราบฯขอเอกสารจาก ร.ต.ท.สมประสงค์ ตามที่กล่าวอ้าง
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบว่านางเรวดี และ ร.ต.ท.สมประสงค์ มีความสนิทสนมเกินกว่าตำรวจและผู้แจ้งความทั่วไป และร.ต.ท.สมประสงค์ ยังได้เคยนำหลักฐานไปเบิกความต่อศาลในคดีที่นางเรวดียื่นฟ้องนางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือป้าดา ในฐานยักยอกทรัพย์ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีพยานหลักฐาน และคณะกรรมการรับผิดชอบคดีของกองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งไม่ฟ้อง โดยใช้ตำแหน่งของตนยืนยันว่านางเรวดีถูกล็อตเตอรี่จริงจนศาลประทับรับฟ้อง จนส่งผลให้นางสุดารัตน์ถูกคุมขัง 3 วัน
นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า กำหนดการเดิมในวันนี้ นางสุดารัตน์ และนางจรูญ เฮ็ด หรือป้าติ้ว มีความประสงค์จะเดินทางมาแจ้งข้อกล่าวหาด้วยตนเอง แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ถูกผู้ไม่หวังดีโทรศัพท์ไปข่มขู่ เพื่อไม่ให้เดินทางมาที่กองปราบฯ จึงไม่กล้าเดินทางมาในวันนี้ ประกอบกับก่อนหน้านี้นางเรวดีเคยพาชายฉกรรจ์ซึ่งอ้างว่าเป็นทหารมาข่มขู่ และพยายามยึดโทรศัพท์มือถือ ผู้เสียหายทั้ง 2 คน ที่บ้านพัก จึงได้มอบอำนาจให้ตนมาดำเนินการแทนในวันนี้
ด้าน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะที่ในส่วนของ ร.ต.ท.สมประสงค์ นั้นปัจจุบันยังคงปฏิบัติหน้าที่ อยู่ที่ สน.ประเวศ แต่อยู่ในส่วนของการช่วยงานด้านการจราจร รับผิดชอบพื้นที่ในย่านรามคำแหง ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือร.ต.ท.สมประสงค์ อย่างแน่นอน