5 คนปีนโบราณสถานเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
26 ก.พ. 2561 | teerawat_cha

อยุธยา - 5 วัยรุ่นเข้าพบตร.กรุงเก่ารับทราบข้อกล่าวหาหลังปีนป่ายโบราณสถานถ่ายภาพลงโซเชียล สำนึกผิดขอโทษทำไปเพราะเจตนาเตือนคนอื่น แต่กลับกลายเป็นภาพลบ
ข่าว
26 ก.พ. 2561 | teerawat_cha

อยุธยา - 5 วัยรุ่นเข้าพบตร.กรุงเก่ารับทราบข้อกล่าวหาหลังปีนป่ายโบราณสถานถ่ายภาพลงโซเชียล สำนึกผิดขอโทษทำไปเพราะเจตนาเตือนคนอื่น แต่กลับกลายเป็นภาพลบ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.พ.61 กลุ่มบุคคลที่ปีนป่ายโบราณสถานวัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา และโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ได้เดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแจ้งความไว้ก่อนหน้านั้น ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าด้วย โดยกลุ่มดังกล่าวที่ปรากฏในภาพ ได้แก่ น.ส.สลิลทิพย์ หรือหลิน แซ่โง้ว อายุ 30 ปี นายยุติวิชษ์ พานทองประเสิรฐ อายุ 27 ปี นายพรเทพ วงศ์ชื่น อายุ 29 ปี น.ส.วิยะณี อาจหาญ อายุ 31 ปี และนายบวร อยู่พิทักษ์ อายุ 34 ปี ทั้งหมดเป็นชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งหลังจากเดินทางมาถึงได้ยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ทุกกรณี
หนึ่งในกลุ่มบุคคลดังกล่าวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้น ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวตนเองและเพื่อนจำนวน 5 คนมาท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 28 มกราคม และได้มาแวะท่องเที่ยวที่โบราณสถานวัดมหาธาตุก่อนที่จะปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนพระปรางค์ของวัดมหาธาตุ ซึ่งขณะที่ปีนไปบนพระปรางค์มีมัคคุเทศน์นำเที่ยวผ่านมาพบ จึงได้ตักเตือนและบอกให้พวกตนลงมา ตนจึงลงมาตามคำเตือนของไกด์ก่อนที่จะไปโพสต์ภาพดังกล่าว พร้อมข้อความ "มุมที่คุณไม่เคยเห็น #เพราะเค้าห้ามปืนขึ้นไป #โยเดีย #แก๊งค์คนบาป2018" ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นการตักเตือนพวกตนที่ปีนไปบนพื้นที่ที่เขาห้ามปีนป่ายไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นทำให้เกิดเรื่องราวขึ้น
ซึ่งตนเองขอโทษทุกคน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กลุ่มของตนกระทำสิ่งไม่เหมาะสม ยินยอมทำตามกฎหมายทุกอย่างตามที่ทางอุทยานประวัติศาสตร์ได้แจ้งข้อกล่าวหาและกลุ่มของตนเองจะไปขอขมาในสถานที่เกิดเหตุด้วย และอยากฝากเตือนว่าจะโพสต์ข้อความใด ๆ ให้คิดให้ไตร่ตรองก่อนจะโพส เพราะหากโพสไปแล้วเกิดความเข้าใจผิดต่อสังคมก็จะเป็นประเด็นตามมาได้
หลังจากนั้น นางสาวสุกัญญา ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้อบรมกลุ่มบุคคลดังกล่าวทั้งหมด ให้รู้จักเคารพสถานที่ และอย่าทำเช่นนี้อีก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาฝืนกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา 34 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ที่วางกำหนดการปฏิบัติตัวเมื่อเข้าชมโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว (ข้อ2(6)) กระทำการอันน่ารังเกียจ หรือเป็นที่เสื่อมเสียต่อศีลธรรมอันดีฯ ในเขตโบราณสถาน อันมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและนักส่งฟ้องศาลในวันพุธที่ 28 ก.พ.นี้