รถของทีมข่าว ขณะผ่านเข้าหมู่บ้าน ทาง รปภ.ก็สอบถามและให้แลกบัตรตามปกติ ตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ไม่มีการบังคับให้จ่ายค่าผ่านประตูเหมือนหลายๆ วันที่ผ่านมา และได้ยกป้ายประกาศอัตราค่าผ่านประตูของรถขนาดต่างๆ ที่เคยตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงป้อมหน้าหมู่บ้าน ออกไปเรียบร้อย
ทีมข่าวของเราเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่พักใหญ่ พบว่าหากรถที่ผ่านเข้า-ออกเป็นของลูกบ้าน ก็สามารถเข้า-ออกทางช่องที่สามารถสแกนคีย์การ์ดได้ แต่หากคันไหนเป็นรถของ "คนนอก" ไม่มีคีย์การ์ด ก็ต้องแลกบัตรก่อนผ่านเข้าไป ทีมข่าวทดลองขับรถเข้าไปในหมู่บ้าน ปรากฏว่า รปภ.ก็ให้แลกบัตร พร้อมให้นำบัตรผ่านเข้า-ออกวางไว้ที่หน้ารถ และยังให้กระดาษสีขาวเล็กๆ เพื่อให้เจ้าของบ้านประทับตรา ยืนยันว่าทีมข่าวเข้าไปพบจริง ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย หากไม่มีการประทับตราจากเจ้าของบ้าน ก็ต้องให้เจ้าของรถเช็นชื่อแทน จึงจะสามารถออกจากหมู่บ้านได้ก็ต้องบอกว่าขณะนี้ การเข้า-ออกหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นปกติเหมือนหมู่บ้านทั่วๆ ไปแล้ว ไม่มีการตั้งด่านเก็บค่าผ่านทางจนอลหม่านกันไปหมดเหมือนช่วงหลายวันที่ผ่านมาแต่จะว่าไป นี่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะปัญหาใหญ่ยังไม่ได้ถูกแก้ไข คือการขึ้นค่าส่วนกลาง และมีลูกบ้านจำนวนหนึ่งไม่ยอมรับ คือยังจ่ายในอัตราเก่าอยู่ ทำให้ทางหมู่บ้านออกมาตรการบังคับรถคนนอกหรือรถบริวารของลูกบ้านที่จ่ายค่าส่วนกลางไม่ครบ ต้องจ่ายเงินค่าผ่านประตูสำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว คุณอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร อธิบายกับ "ล่าความจริง" ว่า ต้นตอของปัญหา มาจากหมู่บ้านแห่งนี้สร้างมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน เมื่อปี 2543 สมัยนั้นยังไม่มีกฎหมายควบคุมการจัดสรรที่ดินอย่างรัดกุม (เป็นไปตามประกาศคณะปฏิวัติที่ 286 ออกเมื่อปี 2515 หรือ 46 ปีก่อน) เวลามีการจัดสรรที่ดินเพื่อสร้างหมู่บ้าน ข้อตกลงต่างๆ จึงเป็นข้อตกลงที่ทางหมู่บ้านทำกับลูกบ้านเท่านั้น คือตกลงกันเอง ไม่ต้องผ่านนิติบุคคล / ซึ่งหากอ่านรายละเอียดไม่ดี ก็จะถือว่าลูกบ้านยินยอมตั้งแต่ตัดสินใจซื้อบ้าน ทำให้ฝ่ายเจ้าของหมู่บ้านค่อนข้างมีอำนาจเยอะ และมีสิทธิ์ขาดในการจัดการเรื่องสาธารณูปโภคต่างๆ (เช่น บางหมู่บ้านอาจจะเขียนไว้เลยว่า เป็นสิทธิ์ขาดแต่ฝ่ายเดียวของเจ้าของหมู่บ้านที่จะกำหนดค่าส่วนกลาง แบบนี้เป็นต้น)
ทางแก้ไขปัญหามีทางเดียว คือ หากลูกบ้านไม่พอใจ และอยากให้มีการจัดตั้ง "นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร" ขึ้นมาบริหารจัดการแทน ก็ต้องรวมตัวกันให้ได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของลูกบ้านทั้งหมด และเรียกร้องให้มีการตั้ง "นิติบุคคล" ขึ้นมาบริหารจัดการ และออกระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ เสียใหม่ (วิธีการคือยื่นคำร้องไปที่กรมที่ดิน สำนักงานที่ตั้งของหมู่บ้านจัดสรร วิธีการนี้เป็นไปตามมาตรา 70 ของพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน)