พลังแห่งแผ่นดิน
17 ต.ค. 2560 | wanchat

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ "อาจารย์กิตติพงษ์ สุริยทองชื่น" ประติมากร อิสระ จึงมีความตั้งใจที่จะปั้นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อถวายความอาลัย จะสง่างามและสมพระเกียรติเพียง ติดตามจากรายงาน
ข่าว
17 ต.ค. 2560 | wanchat

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ "อาจารย์กิตติพงษ์ สุริยทองชื่น" ประติมากร อิสระ จึงมีความตั้งใจที่จะปั้นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อถวายความอาลัย จะสง่างามและสมพระเกียรติเพียง ติดตามจากรายงาน
ความบรรจงในการเก็บรายละเอียดปั้นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ "อาจารย์กิตติพงษ์ สุริยทองชื่น" ประติมากร อิสระ ได้ปั้นขึ้นด้วยความตั้งใจ เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุยเดช เพราะการปั้นเป็นสิ่งเดียวที่ "อาจารย์กิตติพงษ์" ถนัดที่สุด
กว่า 20 ปี ของ อาจารย์กิตติพงษ์ ที่คลุกคลีอยู่กับงานปั้น เพราะชอบงานประติมากรรมและจิตกรรมมาตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ จนกระทั่งเรียนจบปริญญาโทจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้รับเชิญไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อาจารย์กิตติพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ปกติงานปั้นส่วนตัวจะเน้นมุมจรรโลงสังคมมุมงดงามของชีวิต ความทรงจำอ้อมแขนของแม่ในฤดูหนาว เลือกปั้นสิ่งดีๆ สวยงามรูปคน ใบหน้ากลมแต้มไปด้วยรอยยิ้ม ถือเป็นสไตล์ส่วนตัวที่หวังสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนที่พบเห็นผลงาน
"อาจารย์" ได้เล่าย้อนหลังฟังเรื่องแรงบันดาลใจก่อนจะปั้นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 องค์นี้ให้ฟังว่า เมื่อปี 2556 ทราบข่าวการประชวรของพระองค์ แต่บ้านอยู่ไกลถึงอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางร่วมถวายพระพรค่อนข้างลำบากจึงคิดว่าควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อถวายพระพร และแสดงความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ท่าน จึงตัดสินใจปั้นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 แบบครึ่งองค์
"อาจารย์กิตติพงษ์" ยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้อย่างแม่นยำ โดยรูปปั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ครึ่งองค์ มีคำว่า "รักพ่อ" เสร็จวันที่ 12 ตุลาคม 2559 วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ก็ได้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุยเดช เสด็จสวรรคต จึงอยากตอบแทนคุณแผ่นดิน เพราะตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่านพระองค์ทรงงานอย่างหนัก จึงอยากปั้นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะทรงงาน จึงมีความคิดริเริ่มที่จะปั้นรูปพระองค์ท่านตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559
ส่วนที่มาของงานปั้นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะเสด็จบ้านแม่แกน้อย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2525 ซึ่ง อาจารย์กิตติพงษ์ ตั้งชื่องานปั้นชิ้นนี้ว่า "พลังแห่งแผ่นดิน" โดยลงมือปั้นเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 31 ธันวาคม 2559 และปั้นโครงหรือขึ้นรูปเสร็จเวลา 03.00 น.ของวันที่ 1 มกราคม 2560
งานปั้นครั้งนี้ "อาจารย์กิตติพงษ์" ได้ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่การสเก็ตภาพทั้งองค์ และสเก็ตแยกส่วน เช่น ฉลองพระบาท ฉลองพระองค์ กล้อง แผนที่
โดยอาจารย์กิตติพงษ์ ได้อธิบายเพิ่มเติมให้ฟังว่า งานประติมากรรม ไม่ใช่เพียงแค่ปั้นตามรูปที่มีหรือตามต้นฉบับที่มีอยู่เท่านั้น แต่งานประติมากรรมที่ดีเมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทุกส่วนของงานต้องออกมาสวยทุกด้าน ทุกมุม เป็นจริง และจับต้องได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องงดงามและสมพระเกียรติ
หลังจาก "อาจารย์กิตติพงษ์" ได้มีโอกาสเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทำให้คิดถึงพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ตรัสถึงความวิริยะ อุตส่าห์ ได้นำพระราชดำรัสดังกล่าวมาใช้ในงานและประกอบกับการดำรงชีวิต
นอกจากงานปั้นชิ้นนี้แล้ว อาจารย์กิตติพงษ์ ยังมีความฝันอยากปั้นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ขนาด 89 เมตร หรือ 189 เมตร แล้วนำไปตั้งไว้ที่ บ้านแม่แกน้อย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงทำเพื่อประชาชนคนไทยของพระองค์ทั้งประเทศ