เตรียมแจ้งข้อหา ‘โอ๊ค - พวก’ ฟอกเงิน !!
07 ก.ย. 2560 | nation_ent

ดีเอสไอ - อัยการ เห็นตรง พฤติการณ์ โอ๊ค - พวก เข้าข่ายฟอกเงิน รู้ว่าเงินที่ได้รับมาจากการกระทำผิด เปิดโอกาสให้นำหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา ก่อนลงมติฟ้อง - ไม่ฟ้อง
ข่าว
07 ก.ย. 2560 | nation_ent

ดีเอสไอ - อัยการ เห็นตรง พฤติการณ์ โอ๊ค - พวก เข้าข่ายฟอกเงิน รู้ว่าเงินที่ได้รับมาจากการกระทำผิด เปิดโอกาสให้นำหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา ก่อนลงมติฟ้อง - ไม่ฟ้อง
"ประเด็นแรก คือ ลักษณะและพฤติการณ์แห่งคดีซึ่ง ปรากฎตามข้อเท็จจริงว่า เป็นการปกปิด เปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน เข้าข่ายฟอกเงิน โดยประเด็นนี้พนักงานสอบสวนมีมติเอกฉันท์ว่ามีความผิด ประเด็นที่ 2 ใครเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดบ้าง ในวงเงิน 10 ล้านบาท มีนายพานทองแท้ เกี่ยวข้องเพียงคนเดียว ส่วนวางเงิน 26 ล้านบาท มีนายวันชัย หงส์เหิน นางกาญจนาภา หงส์เหิน และนางเกศินี จิปิภพ เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งประเด็นนี้มีความเห็นเสียงข้างน้อยเสนอให้ตัดนางเกศินีออกเพราะแม้จะเป็นเจ้าของพอร์ตหุ้น แต่อาจไม่รู้เห็นโดยให้ลูกยืมชื่อไปใช้เล่นหุ่น และประเด็นที่ 3 ผู้เกี่ยวข้องกับการรับเงินมีเจตนากระทำผิดหรือไม่ รู้หรือไม่ว่าเงินที่ได้รับมาจากกลุ่มกฤษดาธานนท์นั้นเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด. ซึ่งความเห็นเสียงข้างมากลงมติว่ามีเจตนากระทำผิด"แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าเปิดเผยด้วยว่า คณะพนักงานสอบสวนมีมติให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดีฟอกเงิน เนื่องจากคดีนี้ปปง.เป็นผู้เริ่มต้นคดีโดยมีหนังสือร้องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับวงเงิน 10 ล้านบาท และ 26 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อให้สำนวนคดีมีความสมบูรณ์ ปปง.จึงต้องร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อยืนยันความผิดของผู้มีชื่อรับเงินจากกลุ่มกฤษดาธานนท์ ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า
หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนคดี และมีหมายเรียกให้นายพานทองแท้กับพวกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงิน เพื่อเปิดโอกาสให้นายพานทองแท้กลับพวกนำหลักฐานเข้ามาแก้ข้อกล่าวหา จากนั้นคณะพนักงานสอบสวนจะประชุมเพื่อลงมติว่าหลักฐานที่ผู้ต้องหามานำมาแสดงมีน้ำหนักเพียงพอที่รับฟังแก้ข้อกล่าวหาหรือไม่ หากไม่มีน้ำหนักก็จะสั่งฟ้องคดี ส่งสำนวนให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาในชั้นต่อไป