แต่ประเด็นที่ "ล่าความจริง" ตรวจสอบขยายความมารายงานท่านผู้ชม ก็คือจริงๆ แล้วเรื่องการทิ้งลูกสาว หรือทิ้งบ้านไว้ ขณะที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านต้องออกไปกรีดยาง แล้วเกิดอาชญากรรมขึ้น เป็นปัญหาที่พบในหลายพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดพังงา แต่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประชาชนสวนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยาง ก็พบปัญหานี้มากมายหลายกรณี
อย่างชาวสวนยางที่จังหวัดนราธิวาส คุณสำรวม คชวิญ์ (เสื้อขาว) บอกกับทีมล่าความจริงว่า เห็นข่าวที่จังหวัดพังงาแล้วรู้สึกตกใจ แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกพื้นที่ รวมทั้งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉะนั้นเวลาไปกรีดยางจึงต้องมีวิธีป้องกัน เช่น ล็อคกุญแจบ้านอย่างแน่นหนา ถ้ามีเด็กก็ต้องพาไปฝากไว้กับญาติ หรือหาญาติพี่น้องมาอยู่ด้วย
ขณะที่ คุณภาสกร บุญรัตน์ ชาวสวนยางจากจังหวัดนราธิวาสเช่นกัน บอกว่า ชีวิตของคนกรีดยางไม่มีทางเลือกมากนัก ยอมรับว่าเป็นความเสี่ยงจริงๆ ทั้งการเดินทางไปกรีดยางที่อาจเจอระเบิดหรือภัยจากกลุ่มก่อความไม่สงบ ขณะที่การทิ้งลูกไว้ที่บ้านก็เป็นความเสี่ยงเช่นกัน แต่จะไม่ออกไปกรีดยางก็ไม่ได้ ยิ่งยางราคาถูกแบบนี้ ยิ่งต้องออกไป ตั้งแต่ตี 3 ตี 4 เพราะต้องหาเงินซื้อกับข้าว และให้ลูกไปโรงเรียน จะพาลูกไปด้วยก็ไม่ได้ เพราะในสวนยางมีอันตราย งูก็เยอะ ไม่ปลอดภัย จึงให้ลูกอยู่บ้าน แต่ก็มีปัญหาเรื่องโจรลอบขึ้นบ้านอีก
สอดคล้องกับ คุณอับดุลเลาะ สาและ ชาวสวนยางในจังหวัดปัตตานี บอกว่า รู้สึกกลัวหลังเกิดเหตุรุมโทรมเด็กหญิงที่จังหวัดพังงา ตอนนี้เวลาออกไปกรีดยาง ต้องขอให้เพื่อนบ้านช่วยกันดูแล
สำหรับในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ องค์กรสิทธิมนุษยชนและภาคประชาสังคมที่ทำงานเกี่ยวกับผู้หญิง เคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เกี่ยวกับการถูกขโมยขึ้นบ้าน และปัญหาล่วงละเมิดทางเพศบุตรหลาน ระหว่างที่พ่อแม่ผู้ปกครองออกไปกรีดยาง โดยผู้ที่กระทำส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นติดยาเสพติดในพื้นที่ บางส่วนก็เป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น เพราะรู้กันดีว่าช่วงที่ชาวบ้านออกไปกรีดยาง เป็นช่วงปลอดคน แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว พ่อแม่มักไม่กล้าไปแจ้งความ เพราะอับอาย ขณะเดียวกันก็กลัวอิทธิพลของคนร้าย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลความปลอดภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง