เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบหนุ่มเมียนมาร์หัวใส รับทำ"พาสปอร์ตปลอม" สารภาพ เรียนวิชาจากชาวปากีสถาน

28 ก.ค. 2560 | nation_ent

รวบหนุ่มเมียนมาร์หัวใส
รับทำ"พาสปอร์ตปลอม"
สารภาพ เรียนวิชาจากชาวปากีสถาน

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 28 กรกฎาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมตัว นายรายู กุมาร มัทซี (Raju kumar Murtsy ) หรือ จาวาดาลา จายา รายู (Javadala Jaya Raju ) อายุ 55 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาลักลอบปลอมแปลงหนังสือเดินทาง พร้อมของกลาง หนังสือเดินทางปลอม จำนวน 6 เล่ม โดยแบ่งเป็นหนังสือเดินทางสัญชาติอินเดีย 4 เล่มและสัญชาติแคนนาดา 2 เล่ม โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ หน้าหอพักสถาพร อพาร์ทเม้น ซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายรายู ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมในการรับจ้างปลอมแปลงหนังสือเดินทางให้กับบุคคลต่างด้าว หรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมายแต่ต้องการอาศัยอยู่ต่อภายในประเทศไทย โดยการนำรูปถ่ายและข้อมูลของผู้ที่มาว่าจ้างไปดัดแปลงใส่ลงในหนังสือเดินทางของจริงแต่เป็นของบุคคลอื่นซึ่งถูกขโมยมาหรือซื้อต่อมาอีกทอดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ส่งสายลับเข้าทำการติดต่อว่าจ้างให้นายรายูผู้ต้องหารายนี้จัดทำหนังสือเดินทางปลอมให้ 1 เล่ม ในราคา 14,000 บาท ซึ่งนายรายูขอเรียกเก็บเงินค่ามัดจำล่วงหน้าก่อนเป็นจำนวนเงิน 12,000 บาท โดยนัดพบกันภายในซอย จรัญสนิทวงศ์ 12 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมาซึ่งหลังจากนายรายูได้รับเงินค่ามัดจำไปแล้วนั้นก็ได้แจ้งกับทางสายลับว่าจะมีการติดต่อกลับมาหาอีกครั้งเพื่อนัดหมายส่งมอบหนังสือเดินทางของกลางและเงินค่าจ้างที่เหลืออีกจำนวน 2,000 บาท กระทั่งต่อมา นายรายูได้ติดต่อกลับมาพร้อมกับนัดหมายให้เดินทางมารับหนังสือเดินทางของกลางที่ หน้าหอพักสถาพร อพาร์ทเม้น ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 ชุดจับกุมจึงได้วางแผนกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบเห็นนายรายู เดินออกมาบริเวณหน้าหอพักพร้อมกับส่งมอบของกลางให้กับทางสายลับจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นภายในตัวพบหนังสือเดินทางของนายรายู แต่มีการระบุสัญชาติภายในหนังสือเดินทางเป็นสัญชาติอินเดีย เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบ ก่อนจะพบว่าหนังสือเดินทางของนายรายูเองนั้นมีการดัดแปลงข้อมูลด้วยเช่นกัน จึงได้ขยายผลการตรวจสอบภายในห้องพักของนายรายู พบหนังสือเดินทางของกลางที่เหลือซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพักดังกล่าว จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวพร้อมกับตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน นายรายูให้การรับสารภาพว่า ตนเองนั้นได้แอบเดินทางเข้ามายังภายในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อปี 2549 ก่อนจะมาแต่งงานอยู่กินกับหญิงสาวชาวไทย จนมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน กระทั่งเมื่อปี 2554 ตนได้ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้และผลักดันกลับไปยังประเทศบ้านเกิด แต่ด้วยความที่คิดถึงครอบครัวจึงได้แอบเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยอีกครั้งผ่านทางด่านแม่สอด จ.ตาก เมื่อปี 2555 ก่อนจะเริ่มรู้จักกับขบวนการลักลอบปลอมแปลงหนังสือเดินทาง 2-3 กลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายชาวปากีสถาน ตนจึงผันตัวเองมารับจ้างปลอมแปลงหนังสือเดินทางดังกล่าว โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาติดต่อว่าจ้างจะเป็นชาวอินเดีย หรือชาวต่างด้าว ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในย่านประตู้น้ำ ถนนข้าวสาร ส่วนหนังสือเดินทางของจริงที่ตนนำมาใช้ดัดแปลงให้กับลูกค้านั้นตนรับมาจากนายจอนนี่ ชาวปากีสถาน ซึ่งขณะนี้ได้หลบหนีไปกบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ในราคาเล่มละ 4,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ทำหนังสือเดินทางปลอมฯและมีไว้เพื่อใช้หนังสือเดินทางปลอม และจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งหนังสือเดินทางปลอม,หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด