ร่วมกันจับกุมตัว นายรายู กุมาร มัทซี (Raju kumar Murtsy ) หรือ จาวาดาลา จายา รายู (Javadala Jaya Raju ) อายุ 55 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาลักลอบปลอมแปลงหนังสือเดินทาง พร้อมของกลาง หนังสือเดินทางปลอม จำนวน 6 เล่ม โดยแบ่งเป็นหนังสือเดินทางสัญชาติอินเดีย 4 เล่มและสัญชาติแคนนาดา 2 เล่ม โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ หน้าหอพักสถาพร อพาร์ทเม้น ซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายรายู ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมในการรับจ้างปลอมแปลงหนังสือเดินทางให้กับบุคคลต่างด้าว หรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมายแต่ต้องการอาศัยอยู่ต่อภายในประเทศไทย โดยการนำรูปถ่ายและข้อมูลของผู้ที่มาว่าจ้างไปดัดแปลงใส่ลงในหนังสือเดินทางของจริงแต่เป็นของบุคคลอื่นซึ่งถูกขโมยมาหรือซื้อต่อมาอีกทอดหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ส่งสายลับเข้าทำการติดต่อว่าจ้างให้นายรายูผู้ต้องหารายนี้จัดทำหนังสือเดินทางปลอมให้ 1 เล่ม ในราคา 14,000 บาท ซึ่งนายรายูขอเรียกเก็บเงินค่ามัดจำล่วงหน้าก่อนเป็นจำนวนเงิน 12,000 บาท โดยนัดพบกันภายในซอย จรัญสนิทวงศ์ 12 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมาซึ่งหลังจากนายรายูได้รับเงินค่ามัดจำไปแล้วนั้นก็ได้แจ้งกับทางสายลับว่าจะมีการติดต่อกลับมาหาอีกครั้งเพื่อนัดหมายส่งมอบหนังสือเดินทางของกลางและเงินค่าจ้างที่เหลืออีกจำนวน 2,000 บาท กระทั่งต่อมา นายรายูได้ติดต่อกลับมาพร้อมกับนัดหมายให้เดินทางมารับหนังสือเดินทางของกลางที่ หน้าหอพักสถาพร อพาร์ทเม้น ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 ชุดจับกุมจึงได้วางแผนกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบเห็นนายรายู เดินออกมาบริเวณหน้าหอพักพร้อมกับส่งมอบของกลางให้กับทางสายลับจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมและตรวจค้นภายในตัวพบหนังสือเดินทางของนายรายู แต่มีการระบุสัญชาติภายในหนังสือเดินทางเป็นสัญชาติอินเดีย เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบ ก่อนจะพบว่าหนังสือเดินทางของนายรายูเองนั้นมีการดัดแปลงข้อมูลด้วยเช่นกัน จึงได้ขยายผลการตรวจสอบภายในห้องพักของนายรายู พบหนังสือเดินทางของกลางที่เหลือซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพักดังกล่าว จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวพร้อมกับตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน นายรายูให้การรับสารภาพว่า ตนเองนั้นได้แอบเดินทางเข้ามายังภายในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อปี 2549 ก่อนจะมาแต่งงานอยู่กินกับหญิงสาวชาวไทย จนมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน กระทั่งเมื่อปี 2554 ตนได้ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมตัวได้และผลักดันกลับไปยังประเทศบ้านเกิด แต่ด้วยความที่คิดถึงครอบครัวจึงได้แอบเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยอีกครั้งผ่านทางด่านแม่สอด จ.ตาก เมื่อปี 2555 ก่อนจะเริ่มรู้จักกับขบวนการลักลอบปลอมแปลงหนังสือเดินทาง 2-3 กลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายชาวปากีสถาน ตนจึงผันตัวเองมารับจ้างปลอมแปลงหนังสือเดินทางดังกล่าว โดยลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาติดต่อว่าจ้างจะเป็นชาวอินเดีย หรือชาวต่างด้าว ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในย่านประตู้น้ำ ถนนข้าวสาร ส่วนหนังสือเดินทางของจริงที่ตนนำมาใช้ดัดแปลงให้กับลูกค้านั้นตนรับมาจากนายจอนนี่ ชาวปากีสถาน ซึ่งขณะนี้ได้หลบหนีไปกบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ในราคาเล่มละ 4,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ทำหนังสือเดินทางปลอมฯและมีไว้เพื่อใช้หนังสือเดินทางปลอม และจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งหนังสือเดินทางปลอม,หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป