ซึ่งคนร้ายก็จะมีวิธีการล่อหลอกเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ หรือ บุคคลที่ผ่านไปมาสงสัย โดยคนแรกทำทีมานั่งฝาท้ายของกระบะส่วนอีกคนก็ทำหน้าที่แกะไฟท้ายทั้งสองข้างของรถกระบะอย่างรวดเร็วแล้วหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งเป็นที่หน้าสังเกตว่า เจ้าของรถกระบะทั้ง 4 คัน ที่มีการเข้ามาแจ้งความจะเป็นรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแม็กออนิว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ตะกั่วป่า ได้ทดลองนำรถตำรวจสายตรวจมาทดลองถอดพร้อมทำตำนิแจ้งเตือนขั้นตอนป้องกันให้กับชาวบ้านได้รับทราบ
โดยก่อนหน้านี้ก็พบว่า มีผู้เสียหายมาแจ้งความว่าไฟท้ายรถยนต์กระบะรุ่นดังกล่าวสูญหาย คนร้ายก็ได้ทิ้งระยะเวลาไป จนกระทั่งมาเกิดขึ้นมาอีกครั้ง โดยพบว่าครั้งนี้กลุ่มมิจฉาชีพได้ก่อเหตุ 4 คันรวด จึงคาดว่ากลุ่มมิจฉาชีพจะนำไฟท้ายไปขายให้กับอู่ซ่อมรถในราคาถูกเพื่อเป็นอะไหล่ให้กับรถรุ่นดังกล่าวซึ่งพบว่ามีการใช้กันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพจากที่อื่น หรือ ในพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว
น.ส.สุจิตรา เรือศรี บ้านเลขที่ 31/2 ถ.วัฒนา ต.ตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เจ้าของรถกระบะ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังออกจากบ้านเพื่อไปส่งแฟนขึ้นรถรับส่งพนักงาน พบว่า รู้สึกผิดปกติเมื่อพบเห็น รถเข็นขายของที่ตนนำมาจอดปิดท้ายรถกระบะทุกวันได้เลือนออกไป ก่อนจะสังเกตเห็นว่าไฟท้ายรถกระบะของตนได้หายไป 2 ข้าง จึงทำการตรวจสอบรอบ ๆ ตัวรถกระบะ แต่ไม่พบชิ้นส่วนอื่นใด สูญหายไป
และได้เดินทางไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ แต่กลับพบว่าได้มีผู้เสียหาย อีก หลายรายเจ้าแจ้งความเช่นเดียวกับตน ก่อนจะทำการแชร์เหตุการณ์ที่ตนได้พบเห็นลงบนเฟสบุ๊คเพื่อเตือนให้กับผู้ที่มีรถกระบะได้ระมัดระวัง ซึ่งพบว่าหลังจากได้ดูกล้องวงจรปิด ได้มีชาย 2 คน ใช้อุปกรณ์มีลักษณะคล้ายโทรศัพท์ทำเป็นไฟฉายมาส่องที่บริเวณไฟท้ายกระบะ และมีชายอีกคนคอยขับขี่รถจักรยานยนต์วนไปมา ก่อนจะทำการเลือนรถเข็นขายของออกเพื่อทำการเปิดฝาท้ายและใช้ไขควงขันน๊อต และถอดไฟท้ายทั้ง 2 ดวงออกไปด้วยความรวดเร็ว และหลบหนีหายไป