เฒ่าฟิวขาดยิงเมียดับก่อนจ่อขมับตัวเองตายตาม

เฒ่าวัย 64 ปี ฟิวส์ขาดทะเลาะเมียใหม่วัย 53 ปี ชักอาวุธปืนพก .38 จ่อยิงร่วง 3 นัดซ้อน ก่อนยิงขมับตัวเองตายตามคาร้านขายของชำ
ข่าว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 มี.ค.ร.ต.อ.วชิระ ประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดงประคำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายภายในร้านค้าขายของชำ ตั้งอยู่เลขที่ 169/1 หมู่ 6 ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.นพดล ดวงมาตย์พล สารวัตรหัวหน้าสถานี สภ.ดงประคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านขายของชำพบศพผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย เป็นหญิง 1 ราย ชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นางสุดใจ สามงามเหล็ก อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน ถูกอาวุธปืนขนาด .38 มม. ยิงเข้าที่บริเวณขมับฝั่งขวา 1 นัด หน้าอก 2 นัด นอนจมกองเลือดมันสมองไหลกระจายเกลื่อนพื้นอย่างน่าสยดสยอง ข้างกันพบศพนายชูชีพ ขุนกำแหง อายุ 64 ปี มือปืน หลังก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจ่อขมับขวายิงตัวเองจนเสียชีวิตคาที่อีกศพ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอยของคมกระสุนปืนที่ฝาผนังเป็นรู 1 แห่ง และพบอาวุธปืนแบบลูกโม่ 6 นัด ถูกยิงออกไป 5 นัด ตกอยู่ข้างศพจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานในคดี
จากการสอบสวน นางสุกัลยา อิทธิพล อายุ 30 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต ให้การทั้งน้ำตานองหน้าว่า นายชูชีพเป็นสามีใหม่ของนางสุดใจ มารดาของตน โดยมาคบหากันได้ 3 ปีแล้ว มักจะมีนิสัยขี้โมโห พูดจาเอะอะเสียงดังโวยวาย และชอบทำร้ายมารดาอยู่เป็นประจำ กระทั่งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาขณะที่มารดาของตนกำลังเปิดร้านขายของตามปกติ มีนายสมทบ ธงชัย อายุ 29 ปี สามีของตน ได้พาหลานชายวัย 7 ขวบ มานั่งกินข้าวปลาอาหารที่ได้เตรียมไว้ภายในร้าน ทำให้นายชูชีพไม่พอใจเนื่องจากกินข้าวก่อนตัวเอง และยังมาวุ่นวายภายในร้านอีก จึงส่งเสียงโวยวายขึ้นทันทีทำให้เกิดการทะเลาะมีปากเสียงกับนางสุดใจ กระทั่งพูดจาข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว เพราะนายชูชีพชอบพกอาวุธปืนไว้ในย่ามติดตัวประจำ เมื่อเห็นท่าไม่ดีตนจึงรีบแจ้งตำรวจให้รับทราบ ทำให้นายชูชีพเกรงกลัวและขี่รถจักรยานยนต์กลับไปตั้งหลักที่บ้าน ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม ก่อนจะโทรศัพท์มาข่มขู่มารดารของตนในตอนเช้าถึง 3 ครั้ง จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านขายของชำและมีปากเสียงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางชาวบ้านที่มาซื้อของ ก่อนจะชักอาวุธปืนออกมายิงขู่จนไปถูกฝาผนังบ้าน 1 นัด และจ่อยิงใส่ร่างของมารดาถึง 3 นัดซ้อน จนร่างฟุบลงกองนอนแน่นิ่งที่พื้น สร้างความผวาตกใจให้กับชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ต่างวิ่งหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อย้อนกลับมาดูก็พบว่านายชูชีพใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตหนีความผิดที่ก่อขึ้นแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่าก่อนหน้าที่นายชูชีพจะมาอยู่กินกับนางสุดใจ เคยต้องโทษคดีฆ่าคนตายเพิ่งออกจากเรือนจำมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
ในเบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพของผู้เสียชีวิตทั้งคู่จะส่งไปผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนจะมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป