กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 - 7 มี.ค.60 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)แถลงภาพรวมการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า ตามที่มีคำสั่งเรียกเจ้าหน้าที่ควบคุมอาคาร 100 ปีและอาคารบุญรักษารวม 19 รายซึ่งได้เข้ารายงานตัวเกือบครบถ้วนและได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ถูกคำสั่งเรียกเข้าพบเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตามในวันนี้เวลา 10.30 น.มีรถน้ำของเอกชน 2 คันพยายามเข้าพื้นที่ชุมนุมตลาดกลางคลองหลวง เจ้าหน้าที่สกัดออกนอกพื้นที่ไปได้ 1 คัน ส่วนอีก 1 คันหลุดเข้าไปในพื้นที่ได้
จากนั้นพระเสกสรร อัตตทะโม นำพระสงฆ์และมวลชนเข้าปิดล้อมรถยึดรถยนต์ไว้ไม่ให้ออกนอกพื้นที่หลังการเจรจานาน 1 ชม. เจ้าหน้าที่กลัวเหตุการณ์จะบานปลายจึงยอมทิ้งรถไว้ในพื้นที่
ต่อมาเวลา 13.00 น.เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) 10คน เดินทางไปยังอาคารบุญรักษาพร้อมพระสังฆาธิการและพระวินยาธิการรวม 8 รูปเพื่อเจรจาขอเข้าตรวจพื้นที่โดยมวลชนยอมให้เข้าพื้นที่เฉพาะ พศ.กับพระเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ดีเอสไอทหารตำรวจเข้าพื้นที่ แต่เมื่อเข้าไปได้เพียง 5 นาทีเจ้าคณะตำบลออกมาแจ้งว่าพระสงฆ์ข้างในไม่ยอมให้เข้าพื้นที่ จึงถือเป็น 2 ครั้งแล้วที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับความร่วมมือ
ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องตรวจค้นอาคารบุญรักษาโดยละเอียดแม้เข้าพื้นที่ไม่ได้ แต่ไม่มองเป็นความล้มเหลวเพราะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เป็นพระ จึงอยากให้พระด้วยกันเข้าไปเจรจาก่อน เพื่อให้มีความชอบธรรมในทางกฎหมายบ้านเมืองและในทางพระธรรมวินัย
จากน้ั้นจะขยับเพิ่มมาตรการจากเบาไปหาหนักตามเหตุผลและความจำเป็น ทั้งนี้ไม่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าค้นอีกครั้งภายใน 48 ชม.ตามคำสั่งคสช.แม้อธิบดีดีเอสไอเป็นหัวหน้าสั่งการ แต่เวลาทำงานจริง จะประชุมโต๊ะกลมรับฟังข้อคิดเห็นและตัดสินใจร่วมกันในการใช้หรือไม่ใช้มาตรการใดๆระหว่าง ทหาร ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครองและพลเรือน พ.ต.ต.วรณัน.กล่าวอีกว่า สำหรับเจ้าของที่ดินบริเวณอาคารบุญรักษา ฝ่ายกฎหมายได้รับประเด็นไปดำเนินการที่ออกคำสั่งเรียกเข้ารายงานตัวแล้ว.เป็นมีประเด็นต้องชี้แจงว่าเมื่อบริเวณดังกล่าวไม่ใช่ที่ดินของวัดเหตุใดจึงมีพระสงฆ์เข้าไปในพื้นที่ ส่วนเจ้าของที่ดินเอกชนรายนี้จะเป็นใครนั้นตนไม่มีข้อมูลเพราะอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายกฎหมาย ในส่วนของคำสั่งห้ามนายอัยย์ เพชรทอง เข้าพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง ล่าสุดได้สั่งห้ามนายวุฒิสาร พนารีและทองสา.พาสุขซึ่งมีพฤติกรรมเดียวกับนายอัยย์ เข้ารายงานตัวหลังเจ้าหน้าที่บันทึกปากคำจึงได้มีคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงและวัดพระธรรมกาย
นอกจากนี้ยังมีหนังสือเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวเพิ่มอีก 7 คนประกอบด้วยนายศรชัย กองแก้ว นางศิริกานดา ศรีสุทธิพันธิพร ,นายจำนงค์วุฒิไกร, นายเฉลิมชัย ตั้งวัชรวิชัย นางสาววีรดี ลิ้มศิริเศรษฐกุล นายเอกรินทร์ ทานประสิทธิ์และนายศรชัย โสภา ตามข้อมูลการข่าวพบว่าเป็นผู้สนับสนุนสิ่งของต่างๆในพื้นที่ชุมนุมตลาดกลางคลองหลวง
รองโฆษกดีเอสไอ .กล่าวอีกว่า ฝ่ายปฏิบัติรับทราบข้อมูลที่พระเสกสรรค์จะเข้ามอบตัวที่สภ.คลองหลวง.โดยจะเชิญชวนมวลชนร่วมเดินทางไปยังสภ.คลองหลวงด้วย.ซึ่งฝ่ายปฏิบัติมีมาตรการเตรียมการแล้ว
สำหรับพระในวัดธรรมกายหลายคนในวัดเป็นอดีตตำรวจ อดีตทหารและอดีตข้าราชการ.วันนี้พระแสนพล เทพเทพา พระถวัลย์ศักดิ์.บุญศิริวัฒนกุล.ซึ่งมีคำสั่งเรียกเข้ารายงานตัวก่อนหน้านี้ได้มาพบเจ้าหน้าที่ หลังรายงานตัวแล้วพนักงานสอบสวนสั่งให้เข้าไปในวัดเพื่อรอประสานงานและอำนวยความสะดวกในเวลาตรวจค้น
แหล่งข่าวจากดีเอสไอเปิดเผยว่าสำหรับเจ้าของที่ดินอาคารบุญรักษาตรวจสอบพบว่าเป็นนอมินีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังซึ่งดีเอสไอเตรียมออกหนังสือเรียกเข้ารายงานตัว