เนชั่นทีวี

ข่าว

อยุธยา อธิบดีกรมศิลปากรทดสอบตั้งเสาเอกพระเมรุมาศ

22 ก.พ. 2560 | krissana

อยุธยา อธิบดีกรมศิลปากรทดสอบตั้งเสาเอกพระเมรุมาศ

อธิบดีกรมศิลปากรร่วมทางสีทดสอบตั้งเสาเอก เผยเป็นพระเมรุมาศเหล็กทั้งหลังใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา สั่งติดสายล่อฟ้าตั้งแต่เริ่มตั้งเสา เคลื่อนเข้าสนามหลวง 22 กพ นี้เมื่อวันที่ 21 กพ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมคณะวิศวกรเดินทางไปยัง โรงงานบริษัท เอส ที เฟรม แอนด์ ทรัส จำกัด เลขที่ 29/4 ม 3 ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจความพร้อมในการประกอบโครงสร้างเหล็ก สำหรับใช้ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนการเคลื่อนย้ายไปประกอบในพิธียกเสาเอกพระเมรุมาศ ในวันจันทร์ที่ 27 กพ นี้ โดยเมื่อเดินทางไปถึงได้เข้ารับฟังบรรยายสรุปขั้นตอนดำเนินงานของทางโรงงาน ตั้งแต่เริ่มประชุมวางแผน จนถึงขั้นตอนการประกอบสำหรับตั้งเสาทั้ง 4 ต้น โดยซูเปอร์ทรัสนี้จะแยกออกเป็น 8 ชิ้น เพื่อรับน้ำหนักแบบกระจาย เมื่อประกอบฐานล่าง ถึงยอดฉัตรก็จะมีความสูงถึง 50.40 เมตร นับเป็นพระเมรุมาศที่ใหญ่และสูงที่สุดกว่าทุกรัชกาลที่เคยมีมา โดยแบบที่นำมาสร้างนี้เป็นแบบทีล้อมาจากรัชกาลที่ 5 โดยในช่วงเย็นวันที่ 22 กพ. เวลา 16.49 น. จะได้ทำการเคลื่อนย้ายเสาเอก และซูเปอร์ทรัส ไปยังท้องสนามหลวง ใช้รถเทลเลอร์ 5 คันในการขนส่ง คาดว่าถึงสนามหลวงเวลา 23.00 น.วันเดียวกัน จากนั้นก็จะเริ่มประกอบซูเปอร์ทรัสและตั้งแนวเสาเอก โดยใช้เวลาตลอดวันที่ 23 กพ. จนเสร็จสิ้น จากนั้นก็จะนำเสาต้นที่ 3-4 ตามไป จนวันที่ 24 กพ. พล.อ.ธนศักดิ์ ปฎิมาปกรณ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินมามาทำการทดสอบความพร้อม ก่อนที่จะมีพิธียกเสาเอกในวันที่ 27 กพ.เวลา 10.00 น.โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งหลังจากนายกรัฐมนตรียกเสาเอกแล้ว และเดินทางกลับ ทางบริษัทฯและทีมบริษัทที่ติดตั้งก็จะประกอบในส่วนเสาที่เหลือทันที ซึ่งการประกอบส่วนอื่นๆจะเริ่มในวันที่ 10 มี.ค.ไปจนถึงวันที่ 31 เม.ย.รวม 2 เดือนครึ่ง ก่อนที่จะเป็นหน้าที่ของการประกอบงานสถาปัตยกรรม งานไม้ทั่วไป ซึ่งโครงเหล็กทุกอย่างมีการประกอบเชื่อมจากโรงงานเป็นส่วนใหญ่จากนั้นนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรได้ร่วมกับคณะทำงานและผู้บริหารทาสีเสาประกอบพระเมรุมาศ ซึ่งเสาพระเมรุมาศจะมีการทาสีสองชั้นคือชั้นแรกเป็นสีรองพื้นและสีกันไฟ เนื่องจากต้องมีความร้องเข้ามาเกี่ยวข้อง มีความหนา 500 ไมคอน อธิบดีกรมศิลปากรเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการก่อสร้างโครงเหล็กเป็นไปตามแบบของวิศวกรที่ออกแบบ และยังมีความมั่นคงแข็งแรงอย่างมาก โดยเฉพาะเป็นพระเมรุมาศ ที่มีความสูงอย่างมาก จึงต้องมีเรื่องการคำนวณเรื่องแรงลม อีกทั้งยังเป็นเหล็กทั้งหลัง จึงมีความจำเป็นทีจะต้องมีการติดตั้งสายล่อฟ้าอย่างตอ่เนื่อง ตั้งแต่เริ่มติดตั้งในวันที่ 24 กพ นี้ เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้โครงสร้างเหล็กดังกล่าวสามารถประกอบได้อย่างรวดเร็ว และมีความแข็งแรง ซึ่งช่วงที่มีการติดตั้งเสาพระเมรุนั้นก็จะใช้รถเครนถึง 5 คันซึ่งมีขนาดรับน้ำหนักได้ถึง 200 ตันต่อคัน และเชื่อว่าทุกอย่างจะเสร็จทันตามกำหนดเวลา#ข่าวข้นรับอรุณ #nationtv

ข่าวล่าสุด