ล่วงผ่านเวลากว่า 60 ปี แต่ยังจำได้ไม่เคยลืมเลือน
"เช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน 2498 ตอนนั้นได้ข่าวว่าในหลวงจะทรงมาเยี่ยมราษฎรที่นี่ ย่าตุ้มบอกกับลุงว่าให้พาย่าไปที่ในหลวงเสด็จ ย่าอยากเข้าเฝ้าพระองค์ ลุงก็รับปากและพาย่าไป"
บริเวณริมถนน สามแยกชยางกูร-เรณูนคร ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม
"วันนั้นคนเยอะมากสุดลูกหูลูกตา ย่าตุ้มตอนนั้นอายุ 102 ปีนะ พอเจ้าหน้าที่วังเห็นคนเฒ่าคนแก่ ก็เลยพาไปนั่งแถวหน้าสุดเลยเรียกได้ว่าเเนวหน้าเลย ส่วนลุงก็อาศัยปีนต้นไม้แถวนั้น เรายังเด็กตอนนั้นอายุ16 ไม่ประสีประสา จนเจ้าหน้าที่ก็มาไล่ให้ลงเพราะจะอยู่สูงกว่าในหลวงไม่ได้ เราจะแทรกไปก็ไม่ได้แล้วคนเยอะมาก"
'ดอกไม้แห่งหัวใจ ผู้เฒ่าแห่งอีสาน
ลุงบรมยังเล่าต่อว่า ยายตุ้มนำดอกบัวสีชมพูสด 3 ดอกเพื่อไปถวายในหลวง และเฝ้ารอจนดอกบัวเหี่ยว ก่อนเวลาบ่ายโมงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมสมเด็จพระราชินี ทรงลงจากรถยนต์พระที่นั่งมาเยี่ยมราษฎรที่รอเฝ้ารับเสด็จ และได้มาหยุดที่ยายตุ้ม จันทนิตย์ แม่เฒ่าวัย 102 ปี
พระองค์ทรงโน้มพระวรกายลงรับดอกบัวที่เหี่ยวเฉาจากแม่เฒ่าจนพระพักตร์เกือบชิดกับศีรษะ
โดยลุงบรมเล่าว่า "ในหลวงท่านถามย่าว่า อายุเท่าไหร่ ย่าตุ้มตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม 102 ปี และย่าตุ้มกล่าวเพียงสั้นๆกับในหลวงว่า "ดีใจหลายๆที่มาเยี่ยมชาวบ้าน" "
เป็นบทสนทนาๆสั้น ที่ยายตุ้ม ไม่เคยลืมเลือนจนเสียชีวิตในอีก 3 ปีต่อมา
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อครอบครัวจันทนิตย์ ที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทรงห่วงใยราษฎร จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ลุงบรม ยังคงระลึกอยู่เสมอว่าตนจะตอบแทนพระองค์ด้วยการทำความดีและสอนลูกหลานให้ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทเพื่อตอบแทนพระองค์ที่มีความรัก ความเมตตาต่อปวงชนชาวไทย
(ผู้บันทึกภาพ'ดอกไม้แห่งหัวใจ ผู้เฒ่าแห่งอีสาน
นายอาณัติ บุญนาค ช่างภาพส่วนพระองค์ในขณะนั้น)