พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวว่า พาหญิงไทย 21 คน ที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีในย่านตะวันออกกลางกลับมาถึงไทยแล้ว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคัดแยกเหยื่อและสอบปากคำ
เมื่อประมาณกลางปีที่แล้ว มีหญิงไทยถูกส่งกลับมาไทย เมื่อสอบปากคำก็ทราบว่า หญิงไทยจำนวนหนึ่งถูกบังคับไปค้าประเวณี และยังมีหญิงไทยอีกหลายคนถูกกักขัง บังคับให้ค้าประเวณี
มีหญิงไทย 3 คน ให้การว่า สมัครไปทำงานพนักงานในสปา หรือร้านอาหาร แต่เมื่อไปถึงถูกบังคับให้ค้าประเวณี จึงร้องขอความช่วยเหลือจากลูกค้าชาวอินเดียที่เป็นลูกค้าประจำให้ช่วยพาไปส่งที่สถานทูตไทย เพื่อส่งกลับประเทศไทย จากการสอบปากคำทำให้ทราบถึงความผิดปกติ จึงเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือหญิงไทยที่เหลือ
คดีนี้เป็นความผิดนอกราชอาณาจักร และมีชาวต่างชาติร่วมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน เป็นคนไทย 3 คน เป็นชาวต่างชาติ 2 คน ซึ่งเมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา จับกุมได้ก่อน 1 คน คือ น.ส.ปาลิดา หรือ ลูกปลา กลีบบัว อายุ 26 ปี ทำหน้าที่เป็นนายหน้า จัดเตรียมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก พาสปอร์ต ก่อนส่งตัวขึ้นเครื่องบิน ส่วนที่เหลือรออยู่ปลายทางแล้วบังคับให้เหยื่อค้าประเวณี
สำหรับหญิงไทยที่พากลับมานั้น มี 1 คน ที่เป็นหนึ่งในขบวนการ แต่อ้างว่าเป็นเหยื่อ แต่ขณะสอบปากคำบรรดาเหยื่อต่างชี้ตัวและยืนยันว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ จึงถูกจับกุม ทำให้มีผู้ต้องหาชาวไทยทั้งหมด 4 คน
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหาจะใช้วิธีประกาศรับสมัครงานผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อ "พัทยา หางาน+รับสมัครงาน" เพื่อรับสมัครหญิงไทยไปทำงานในต่างประเทศ โดยหลอกว่าให้ไปเป็นหมอนวดในร้านสปา พร้อมอ้างว่าสามารถสร้างรายได้กว่า 1 แสนบาทต่อเดือน และไม่ต้องใช้เงินในการเดินทางไป เมื่อสมัครเข้ามาก็จะมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ayesha Rani ติดต่อให้ข้อมูล
ส่วนใหญ่เหยื่อจะเป็นผู้ที่มีปัญหาเรื่องการเงิน หนี้สิน จึงต้องการไปหาชีวิตที่ดีกว่าในต่างแดนจึงสมัครไป ส่วนใหญ่จะสมัครไปทำงานในร้านสปา นวดแผนโบราณ หรือพนักงานในร้านอาหาร โดยหวังว่าจะมีรายได้ดี ไม่คิดว่าคนไทยด้วยกันจะหลอกกันเอง
พอเหยื่อเดินทางไปถึง เหยื่อทั้งหมดก็จะถูกยึดพาสปอร์ตและตัดขาดจากการสื่อสาร โดยคนคุมจะบอกเหยื่อว่า เป็นหนี้กับทางร้านจำนวนเงิน 1,600 เรียลโอมาน หรือประมาณ 1.6 แสนบาท โดยอ้างว่า เป็นค่าใช้จ่ายเช่น ค่าตั๋๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ฯลฯ ต้องทำงานใช้หนี้ ก่อนจะบังคับให้ค้าประเวณีตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนถึงตีห้าของอีกวัน หากหาลูกค้าไม่ได้ก็จะกลับเข้าที่พักไม่ได้ และจะไม่ได้รับอาหาร ต้องยืนริมถนนจนกว่าจะได้ลูกค้า
ในวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเดินทางไปประเทศโอมานนั้น พบว่ามีชาวไทย 6 คน เดินทางไปพร้อมกัน จนกระทั่งตำรวจช่วยเหลือเหยื่อได้ ชาวไทยทั้ง 6 คนจึงทราบว่าตกเป็นเหยื่อ
ในวันแรกที่เหยื่อไปถึงก็จะถูกยึดพาสปอร์ต จากนั้นในวันที่สองก็จะถูกนำไปปล่อยให้หาลูกค้าข้างถนน ซึ่งตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ถ่ายคลิปกลับมาไว้เป็นหลักฐานด้วย อย่างไรก็ตามทราบว่า เหยื่อบางรายไปขอยืมเงินจากกลุ่มผู้ต้องหา หรือที่เรียกว่า แม่เล้า เพื่อเป็นทุนเข้าไปหาลูกค้าในร้านอาหาร หากใครคิดหนีก็จะถูกทำร้าย และจะถูกส่งไปอยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีความโหดร้ายกว่าเดิมเงินที่ได้มาจากการค้าประเวณีจะมีเหลือติดตัวอยู่นิดหน่อย เพราะต้องส่งให้แม่เล้า
การที่เหยื่อไม่สามารถไปขอความช่วยเหลือสถานทูต หรือหาทางกลับประเทศไทยได้ เนื่องจากเหยื่อไม่สามารถสื่อสารกับคนที่นั่นได้ เนื่องจากภาษาที่แตกต่างกัน ไม่มีเงินเดินทางต่อ ไม่มีเอกสาร กลัวจะถูกทำร้าย เนื่องจากมีตัวอย่างและมีการข่มขู่อยู่ตลอดเวลา ชีวิตของเหยื่อขึ้นอยู่กับแม่เล้าที่สั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ