พ.ต.อ.มานะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เชิญบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ.มงกุฎวัฒนะ เข้ามาสอบปากคำในประเด็นการรับตัวนายธวัชชัย จากห้องควบคุมดีเอสไอ. เข้ามาที่ รพ. ที่ห้องฉุกเฉิน ในห้องนั้นได้มีกระบวนการปฎิบัติการกู้ชีพ ช่วยชีวิต ปฐมพยาบาล ก่อนที่นายธวัชชัย จะเสียชีวิต ซึ่งแพทย์ที่เราทำการสอบสวนเป็นแพทย์เวรในวันเวลาที่เกิดเหตุ ประจำห้องฉุกเฉิน ส่วนรายละเอียดในการให้ปากคำนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ทางพนักงานสอบสวนมีประเด็นที่จะถามเรื่องกระบวนการในการกู้ชีพในห้องฉุกเฉิน ก่อนที่จะนำตัวนายธวัชชัย ไปยังห้อง ซีซียู ชั้น 14 นั้นคือประเด็นที่สอบสวน เพื่อให้สิ้นสงสัยในกระบวนการกู้ชีพ ว่าดำเนินการอย่างไร ไปกระทบต่อนายธวัชชัยอย่างไร ใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไร ยังไง
ทั้งนี้ จากการสอบปากคำแพทย์ พยาบาลที่ผ่านมา ให้การในทำนองที่ว่า ไม่มีชีพจร เหมือนหมดสติ ส่วนเรื่องผลรายงานการตรวจศพจากทางนิติเวชนั้น ได้ทำหนังสือขอรับรายงานการตรวจ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการประสานกลับมาในวันนี้ ว่าให้ไปรับได้ ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปแล้ว แต่ยังไม่กลับมา จึงยังไม่เห็นผลการตรวจ แต่ถ้าได้มาจะเอามาดูในรายละเอียด และตั้งประเด็นสอบแพทย์ต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ ส่วนจะสอบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการชันสูตรพลิกศพ หรือไม่นั้นต้องดูอีกที
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้แจ้งว่า นายธวัชชัย เป็นลมนั้น ต้องมาดูว่าแจ้งกับทางโรงพยาบาล หรือเจ้าพนักงาน และสาเหตุที่ทำไมถึงได้แจ้งว่าเป็นลม และใครเป็นผู้แจ้ง ซึ่งอันนี้อยู่ในประเด็นสอบสวนทั้งสิ้น ในส่วนของญาติผู้ตาย ที่ให้การว่า ยังติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิตอยู่ แต่ยังไม่ถึงกับว่าไปกล่าวหา ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ใด
ส่วนกรณีที่พบดีเอ็นเอ. ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ. ในถุงเท้านั้น ต้องรอรายงานการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ถ้าระบุว่ามี ดีเอ็นเอ. ของผู้อื่นอยู่ด้วย ก็ต้องทำการสอบสวนอย่างแน่นอน สอบให้สิ้นสงสัยว่าคือใคร แต่จากคำให้การของผู้คุม ให้การว่า เข้าไปจับต้องถุงเท้า ส่วนฮาร์ดดิสที่ส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐานนั้น ผลตรวจคาดว่าจะอีกประมาณ 2 สัปดาห์น่าจะออกมา และเราได้ทำหน้าสือไปยังดีเอสไอ เพื่อขอพิมพ์เขียวในการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ทุกด้านที่จะหาความจริงมาได้ ตอนนี้ถือว่าเป็นไปอย่างเข้มข้นในทุกเรื่อง ตอนนี้ยังไม่มีการตัดประเด็นใดๆทิ้งต้องสอบสวนให้สิ้นสงสัยก่อน ยังไม่ตั้งประเด็นว่า เป็นการฆ่าตกรรม ซึ่งยังคงต้องสอบสวนผู้ที่ใกล้ชิดเหตุการณ์เพิ่มเติม ซึ่งบางทีให้การในเหตุการที่เห็นด้วยกัน ไม่ตรงกัน ยังไม่สิ้นสงสัย
ส่วนในพรุ่งนี้( 15 ก.ย.) ได้นัดหมายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ปรากฎว่าไปที่โรงพยาบาลเพื่ออำนวยการ เราต้องสอบประเด็นว่า เกี่ยวข้อง ได้รับแจ้งเหตุเมื่อใด และไปดำเนินการอะไร อย่างไรบ้าง