เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : “ทรัมป์” ถอนเองเจ็บเอง! ทหารอเมริกันใน “เยอรมนี”

03 พ.ค. 2569

OPINION : “ทรัมป์” ถอนเองเจ็บเอง! ทหารอเมริกันใน “เยอรมนี”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิจารณ์ผู้นำชาติยุโรปที่ล้วนแล้วแต่เป็นพันธมิตรนาโต

เพราะนับตั้งแต่เป็นผู้นำสมัยแรก เขาก็เคยมองนาโตว่าเป็นแค่ความร่วมมือที่ล้าหลังและเป็นภาระทั้งทางทหารและทางการเงินของสหรัฐฯ จนกระทั่งสมัยที่สอง ทรัมป์ก็เปิดศึกกับยุโรปในประเด็นแผนยึด “กรีนแลนด์”

 

จนกระทั่งมาถึงช่วงสงครามอิหร่าน ทรัมป์ก็หัวเสียกับการไม่ใยดีของเหล่าพันธมิตรยุโรปที่นอกจากจะไม่ส่งกำลังมาช่วยรบหรือเปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ยังปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้าในการโจมตีอิหร่านด้วย เราจึงได้เห็นทรัมป์ออกมาตวาดหลายชาติยุโรป ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และเยอรมนี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทรัมป์ไม่ใช่แค่ขู่ เมื่อเขาสั่งถอนทหารจากเยอรมนี เริ่มต้นที่ 5,000 นาย

 

🔵 [ทรัมป์ VS เมิร์ซ]

สงครามน้ำลายรอบล่าสุดระหว่างทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีฟริดริช เมิร์ซ เริ่มต้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังผู้นำเยอรมนีออกมากล่าวแบบตรงไปตรงมาว่า สหรัฐฯ กำลังพบกับ “ความอับอาย” หลังอิหร่านปฏิเสธเจรจารอบใหม่หากสหรัฐฯ ยังไม่ยอมยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือ และปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เป็นการตัดสินใจที่ขาดการไตร่ตรอง ยังไม่มีทางออก และอาจกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานแบบอัฟกานิสถานและอิรัก แต่เขาก็ย้ำว่าความสัมพันธ์กับทรัมป์ยังคงดีอยู่

.

ด้านทรัมป์อาจไม่ได้คิดเช่นนั้น โดยได้ตอบโต้ผู้นำเยอรมนีหลายระลอกผ่านโซเชียล บอกว่าเมิร์ซไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอิหร่าน เยอรมนีควรหันไปสนใจเรื่องสงครามยูเครนมากกว่า และบอกด้วยว่าเยอรมนีกำลังย่ำแย่ทั้งทางเศรษฐกิจ พลังงาน และผู้อพยพ แต่มีอยู่โพสต์หนึ่งที่ทรัมป์ขู่เอาไว้ว่า เขากำลังพิจารณาลดจำนวนทหารอเมริกันในเยอรมนี และสุดท้ายทรัมป์ก็เอาจริง

🔵 [ถอนทหารแค่ “หลักพัน”]

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประกาศถอนทหารประมาณ 5,000 นาย ออกจากเยอรมนี โดยรวมถึงการยกเลิกส่งกองพันปืนใหญ่ระยะไกลไปประจำการในปลายปีนี้ ทำให้เยอรมนีขาดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธที่สำคัญไป แต่ในจำนวนนี้คาดว่าจะไม่รวมฐานทางการแพทย์ที่ลันด์สตูห์ล ซึ่งทหารหลายพันนายที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างสงครามถูกนำตัวไปรักษา แต่การถอนทหารจะยังไม่เกิดขึ้นในทันที โดยการดำเนินการจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนถึงหนึ่งปีข้างหน้า

 

การถอนทหารจำนวน 5,000 นาย ยังถือว่าน้อยกว่าที่แผนที่ทรัมป์เองเคยประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงปลายสมัยแรก ตอนนั้นเขาวิจารณ์การที่ประเทศยุโรปตั้งงบประมาณกลาโหมไม่ถึง 2% ของจีดีพีและการที่เยอรมนีสนับสนุนโครงการท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 2 จากรัสเซีย ดังนั้น เขาจึงต้องการลดทหารในเยอรมนีลงประมาณ 1 ใน 4 หรือเกือบ 12,000 นายในขณะนั้น โดยครึ่งหนึ่งจะถูกส่งกลับสหรัฐฯ และอีกครึ่งหนึ่งจะย้ายฐานประจำการไปยังประเทศอื่น เช่น อิตาลีและเบลเยียม แต่สุดท้ายแผนดังกล่าวก็ล่มลงหลัง โจ ไบเดน ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่

 

🔵 [เสาหลักแห่งยุโรป]

เยอรมนีถือเป็นเสาหลักด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ในยุโรป โดยมีทหารอเมริกันประจำการนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 กว่า 4 แสนนาย สิบปีต่อมาในช่วงสงครามเย็น เยอรมนีตะวันตกได้เข้าร่วมนาโต จำนวนทหารที่มากที่สุดอยู่ที่ 2 แสน 5 หมื่นนายช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 จนกระทั่งการรวมชาติของสองเยอรมนีหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต สหรัฐฯ ก็ยังคงทหารเอาไว้หลักหมื่นนายมาจนถึงปัจจุบัน

ขณะนี้เยอรมนีเป็นที่ประจำการของทหารอเมริกันประมาณ 36,000 นาย มากที่สุดในยุโรปและเป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่น ยังไม่รวมเจ้าหน้าที่พลเรือนชาวอเมริกันอีกหลายหมื่นคน โดยเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการยุโรปและแอฟริกาของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังเป็นฐานสำคัญทั้งด้านการฝึกอบรม โลจิสติกส์ และการแพทย์ด้วย ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในยุโรปมีจำนวนทหารอเมริกันน้อยกว่าเยอรมนีกว่าครึ่ง เช่น อิตาลี 13,000 นาย อังกฤษ 10,000 นาย สเปน 4,000 นาย นอกจากนี้ยังมีในโปแลนด์ โรมาเนีย และฮังการี รวมแล้วปัจจุบันทวีปยุโรปมีทหารอเมริกันรวมกันราว 68,000 นาย

 

🔵 [มัดมือชก “ทรัมป์”]

แม้ชัดเจนว่าสหรัฐฯ เตรียมจะถอนทหาร แต่ฝ่ายเยอรมนีกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัว โดยบอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนีมองว่า การถอนกำลังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ และเป็นการแสดงให้เห็นว่ายุโรปต้องรับผิดชอบด้านความมั่นคงของตนเองมากขึ้น พร้อมสำทับว่า เยอรมนีกำลังเดินมาถูกทาง ด้วยการขยายขนาดกองทัพ เร่งการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเยอรมนีมีแผนเพิ่มจำนวนทหารจาก 185,000 นาย เป็น 260,000 นาย

 

นอกจากเยอรมนีแล้ว ทรัมป์ยังขู่ถอนทหารจากสเปนและอิตาลีด้วย ทำให้โฆษกของนาโตออกมาบอกว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ยุโรปจะต้องลงทุนด้านการป้องกันประเทศมากขึ้นและรับผิดชอบด้านความมั่นคงร่วมกันมากขึ้น อย่างไรก็ตามทรัมป์ไม่อาจลดจำนวนทหารในยุโรปได้ต่ำกว่า 76,000 นาย หลังถูกสภาคองเกรส “มัดมือชก” ผ่านกฎหมายงบประมาณกลาโหมเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีการสอดไส้เงื่อนไขว่า ห้ามไม่ให้จำนวนทหารในทวีปยุโรปลดลงต่ำกว่า 76,000 นาย เป็นเวลานานกว่า 45 วัน

 

🔵 [ถอนเองเจ็บเอง]

ย้อนไปสมัยสงครามเย็น การปรากฏตัวของทหารสหรัฐฯ เป็นไปเพื่อป้องกันยุโรปจากอิทธิพลของสหภาพโซเวียต แต่ในปัจจุบันฐานทัพในยุโรปโดยเฉพาะในเยอรมนีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสหรัฐฯ เอง ทำให้สหรัฐฯ สามารถเปิดฉากสงครามในตะวันออกกลางได้ รวมถึงสงครามอิหร่านในปัจจุบัน หากไม่มีฐานทัพเหล่านี้ปฏิบัติการหลายอย่างคงยากลำบากขึ้น และส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อขีดความสามารถทางทหารของสหรัฐฯ เอง

 

สุดท้ายนี้ ผมไปเจอคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี โดนัลด์ ทัสก์ แห่งโปแลนด์ ที่ได้พูดถึงสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปไว้อย่างน่าสนใจครับ เขาบอกว่า "ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อประชาคมข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไม่ใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็นการแตกสลายอย่างต่อเนื่องของพันธมิตรภายใน และเราทุกคนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพลิกผันแนวโน้มอันเลวร้ายนี้"