เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ภายในสวนขนุนท้ายหมู่บ้านหนองแคทราย หมู่ที่7ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ห่างจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลานประมาณ6กิโลเมตร หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพบหมีขนาดใหญ่จำนวน2ตัว ออกตระเวนหากินลูกขนุนของชาวบ้านที่กำลังให้ผลผลิตหลายจุด สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก
จากการตรวจสอบของทีมเจ้าหน้าที่พบร่องรอยเท้าหมีซึ่งคาดว่าจะเป็นหมีควายตัวเต็มวัยขนาดใหญ่ น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 150 กิโลกรัมจำนวนมาก กระจัดกระจายอยู่ในสวนขนุนของชาวบ้านหลายจุด แต่จากการสังเกตรอยเท้าคาดว่าจะเป็นรอยเท้าของหมีตัวเดียวกัน เนื่องจากพบว่าบางรอยมีลักษณะที่ต่างจากรอยเท้าปกติ คือไม่มีอุ้งเท้าแต่จะเป็นหลุมลึกกว่าทุกๆรอย แต่จะเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งทางทีมสัตวแพทย์สันนิษฐานว่าหมีตัวนี้น่าจะมีเท้าบางเท้าที่เคยได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขาด จึงทำให้เกิดเป็นรอยเท้าที่แตกต่างออกไปและนอกจากรอยเท้าแล้วยังพบร่องรอยการกัดกินลูกขนุนของชาวบ้านไปจำนวนมาก อีกทั้งยังพบร่องรอยการปีนขึ้นต้นไม้เพื่อไปหลบซ่อนตัวอีกด้วย
จากการสอบถามนายนายสุริยา ฉิมนอก อายุ37ปี ชาวบ้านหนองแคทราย ซึ่งอ้างว่าพบหมีตัวดังกล่าว กล่าวว่า เมื่อวันที่29ส.ค.ที่ผ่านมา ตนเองได้เดินทางเพื่อจะเข้าไปดูแลสวนขนุนให้กับพี่สาวตามปกติแต่ขณะที่กำลังจะเข้าไปในสวน ก็พบกับหมีขนาดใหญ่ สองตัว เดินตามกันเข้าไปในสวน จึงหนีออกมาและแจ้งให้ทางผู้นำชุมชนทราบ เนื่องจากเกรงว่าหากหมียังอยู่จะทำอันตรายให้กับชาวบ้านที่เข้าไปทำไร่ทำสวนได้ ซึ่งยินยันว่าที่เห็นไม่ใช่มีหมีตัวเดียวแต่เป็นสองตัวอย่างแน่นอน และอีกหลายจุดใกล้เคียงก็มีคนพบเห็นหมีและร่องรอยหมีกระจัดกระจายทั่วโดยเฉพาะในสวนขนุน จึงอย่างให้เจ้าหน้าที่ช่วยผลักดันหมีกลุ่มนี้เข้าป่าโดยเร็วที่สุด
เบื้องต้นทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่3ได้ร่วมประชุมหารือร่วมกันเพื่อหาวิธีการค้นหาและจำกัดพื้นที่เพื่อผลักดันกลับสู่ป่า แต่เนื่องจากพื้นที่บริเวณที่พบร่องรอยหมีนั้นเป็นไร่สวนกว้างใหญ่ และหมีสามารถที่จะหลบหนีไปในทิศทางใดก็ได้ จึงอาจจะต้องลองใช้แผนวางกรงดักและใช้อาหารล่อไปก่อน ก่อนที่จะหาวิธีอื่นมาใช้ได้
ทั้งนี้ในพื้นที่อำเภอครบุรี มีการพบเห็นหมีในพื้นที่มาแล้วสองครั้ง ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา และเคยมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกหมีทำร้าย1ราย