ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย แถลงข่าวรายละเอียดการจับกุมคดีปล้นทรัพย์รถยนต์ ขณะจอดรถติดเครื่องอยู่ในปั๊มน้ำมัน จังหวัดสระบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค. เวลาประมาณ 05.00 น. นายบุญลือ แจวกระโทก พร้อมภรรยา น.ส.พัชรินทร์ แซ่เตี่ย และบุตรสาวอีก 2 คน อายุ 4 ขวบ และ 9 ขวบ เดินทางด้วยรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ ALL NEW เมื่อเดินทางถึงปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนพหลโยธิน อ.หนองแค จังหวัดสระบุรี คนร้ายได้อาศัยช่วงที่นายบุญลือ ลงจากรถเพื่อเข้าห้องน้ำ โดยเครื่องยนต์ได้ติดอยู่ เนื่องจากมีภรรยา และบุตรสาวอยู่ในรถ คนร้าย 1 คน จึงได้เปิดประตูฝั่งคนขับเข้าไปนั่งในรถ พร้อมหยิบโลหะสี่เหลี่ยมสีดำเป็นแท่ง คล้ายปืนปากกา ขู่จะยิง ซึ่งคนร้ายคือ นายวัชรพงษ์ หรือ เอก ชมเหิม ผู้ที่ขับรถออกจากปั๊มน้ำมัน ก่อนจะใช้เท้าถีบน.ส.พัชรินทร์ และโยนบุตรสาวทั้ง 2 คน ลงจากรถ ที่ห่างจากปั๊มน้ำมัน 150 เมตร และแยกกับคนร้ายที่ 2 คือ นายฉัตรชัย หรือ นุ่น รักษา ที่ขับรถยนต์เก๋งสีขาวตามรถของน.ส.พัชรินทร์พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ บอกอีกว่า จากการสอบสวนจากภาพกล้องวงจรปิด และใช้เครื่องมือพิเศษ พบว่า มีผู้ร่วมกระทำผิดในคดีนี้ 5 คน คือ เป็นผู้ที่ร่วมกันปล้นทรัพย์ 3 คน และร่วมกันรับของโจรอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 คน ประกอบด้วย นายวัชรพงษ์ หรือ เอก ชมเหิม อายุ 29 ปี ถูกจับกุมได้ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นคนร้ายที่เข้าไปขับรถยนต์ นายฉัตรชัย หรือ นุ่น รักษา อายุ 19 ปี ถูกจับกุมที่จังหวัดสระแก้ว เป็นคนร้ายที่ขับรถเก๋ง นายอ้น นามสมมุติ เป็นเยาวชน ร่วมก่อเหตุ และนายณรงค์ เทียนชัย อายุ 42 ปี เป็นผู้รับซื้อรถยนต์
ทั้งนี้ ตร.ตั้งข้อกล่าวหา นายวัชรพงษ์ และนายฉัตรชัย ปล้นทรัพย์ของผู้อื่น โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน ร่วมกันมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กล่าวหา นายณรงค์ รับของโจรเพื่อค่ากำไร หรือ รับของโจรจากการชิงทรัพย์ โดยในคดีนี้ ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ยังหลบหนีอยู่ คือผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ติดต่อให้มีการซื้อขายรถยต์ นางกวินนาฎ หรือ ขวัญ สีเทา อายุ 47 ปีนอกจากนี้ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ยังได้เตือนประชาชนให้ระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะผู้ต้องหาจะใช้ช่องว่าง จากความประมาทของผู้เสียหาย ในการก่อเหตุ พร้อมเตือนรถที่เป็นเป้าหมายขณะนี้ คือ รถกระบะรุ่นนิยมรุ่นใหม่ เนื่องจากมีใบสั่งในการขโมยรถ เพื่อขายต่อ