ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์สูง 2 ชั้น ปลูกติดเรียงกันหลายหลังภายในบ้านเลขที่ 3 โครงการ 2 พบสัตว์ป่าคุ้มครองซุกซ่อนอยู่ภายในตัวบ้านเป็นจำนวนมากประกอบด้วยนกเงือก 2 ตัว นกเหยี่ยวแดง-ขาว 2 ตัว นกเค้าสุมาตรา 2 ตัว นกเค้าแมวจุด 3 ตัว นกอินทรี 2 ตัว นาค 1 ตัว ตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ 1 ตัว ตะพาบ 1 ตัว งูชนิดต่าง 24 กล่อง และอื่นๆอีกหลายรายการรวมกว่า 45 ตัว โดยมี น.ส.ชรัญ จามรมาน อายุ 49 ปี รับเป็นเจ้าของบ้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดพร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนเพิ่มเติม
น.ส.ชรัญ ให้การอ้างว่า สัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยรับซื้อมาจากแหล่งที่ขายกันภายในเขตพื้นที่ กทม. ก่อนนำมาเลี้ยงเอาไว้เพื่อดูเล่นภายในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเลี้ยงมานานกว่า 10 ปีแล้ว ทั้งนี้สัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมดตนมีใบอนุญาตในการครอบครอง แต่ใบอนุญาตนั้นไม่ได้นำติดตัวมาด้วย จนกระทั่งมาถูกทางเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ดังกล่าว
ด้านพล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า โดยก่อนเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านทางสายด่วน 1136 ว่ามีเสียงดังรบกวนคล้ายเสียงร้องของสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งมีอยู่หลายชนิดภายในบ้านหลังจุดเกิดเหตุและส่งกลิ่นเหม็นเน่า จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบจนแน่ชัดว่าบ้านหลังดังกล่าวแอบซุกซ่อนสัตว์ป่าคุ้มครองไว้จริง จึงขออนุมัติหมายศาลจังหวัดพระโขนงเพื่อทำการตรวจค้นจนกระทั่งพบของกลางดังกล่าว
พล.ต.ต.สุทิน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งจากการตรวจสอบนั้นผู้ครอบครองก็ไม่สามารถนำใบอนุญาตในการครอบครองตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาแสดงต่อทางเจ้าหน้าที่ได้ หลังจากนี้จะทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งสอบสวนเชิงลึกของแหล่งที่มาอีกครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมทั้งขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป