ผู้ประกอบรีสอร์ท บนภูทับเบิก ที่เป็นเป้าหมายของการถูกรื้อ ยังไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อ้างก่อนหน้านั้น จังหวัดมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว
อาคารสูง 3 ชั้นใกล้จุดชมวิวสูงสุดของภูทับเบิก คือ รีสอร์ททับเบิกภูฏาน ที่นี่เป็นหนึ่งในรีสอร์ทบนภูทับเบิก ที่จะต้องถูกรื้อภายใน 30 วันหลังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่35/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ปัญหาการครอบครองและการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
นายวิทยา แซ่ท่อ เป็นผู้ประกอบรีสอร์ททับเบิกภูฏาน ที่กำลังจะถูกรื้อ เขาเป็นชาวเขาเผ่าม้งที่เกิดและโตอยู่ที่นี่ บอกว่าก่อนหน้านั้นจังหวัดเพชรบูรณ์มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในเมืองต้องห้ามพลาด ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ่อของเขาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาชาติ จึงตัดสินใจก่อสร้าง เมื่อปี 2556 โดยกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนมูลค่าสูงถึง 9 ล้านบาท แต่ต่อมารัฐใช้ม.44 รื้อถอน จึงเห็นว่าไม่เป็นธรรมแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่แล้ว หากรัฐใช้กฎหมายดำเนินการ
แต่วิทยา บอกว่า ยอมรับว่า นอกจากชาวเขา ที่เปลี่ยนจากการปลูกกะหล่ำปลี มาสร้างรีสอร์ทบนภูทับเบิกแล้ว ยังมีนายทุนจากนอกพื้นที่ รุกที่สร้างรีสอร์ทบนนี้จริง แต่ในส่วนตนซึ่งเป็นคนในพื้นที่ก็อยากขอความเป็นธรรม
ทับเบิกภูฏานแห่งนี้ เป็นรีสอร์ท ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ดำเนินคดี และคดีถึงที่สุดแล้ว เป็นเป้าหมายที่ถูกคัดเลือกจากการตรวจสอบของโธธาธิการและผังเมือง ที่สรุปว่าไม่มีความปลอดภัย
นอกจากทักเบิกภูฏาน แล้ว เบื้องต้น ยังมี รีสอร์ทอีก 19 แห่งเป้าหมาย เช่น โรงเตี้ยม สานฝัน คานาอัน ไร่ตา-ยาย บ้านสายหมอก ทับเบิกวิลเลจ เคียงดาว มอเตอร์ริโอ และรีสอร์ทไม่มีชืออีก 4แห่ง เป็นต้น
นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ บอกว่า ชาวเขามีรายได้จากการขายผลผลิตบนภูทับเบิก มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำที่พัก รีสอร์ท หรือชักชวนคนจากภายนอกเข้ามาลงทุน ซึ่งกลุ่มนี้เสียผลประโยชน์ ก็เริ่มออกมาต่อต้าน