“เพื่อไทย” ออกแถลงการณ์ เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ
21 ก.พ. 2559 | nation_ent

21 ก.พ.59 - เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงาน พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ ข้อเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญูให้เกิดความเหมาะสมว่า
ข่าว
21 ก.พ. 2559 | nation_ent

21 ก.พ.59 - เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงาน พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ ข้อเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญูให้เกิดความเหมาะสมว่า
การตั้งโจทย์ในการร่างรัฐธรรมนูญที่ผิดพลาด การร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี จะต้องเข้าใจปัญหาของประเทศให้ ถูกต้องว่าต้นเหตุของปัญหานั้นคืออะไร เมื่อมีการตั้งโจทย์ว่า นักการเมืองและพรรคการเมืองเป็นต้นตอของปัญหา จึงนำไปสู่ การกำหนดกรอบรัฐธรรมนูญใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 มาตรา 35 ปูแนวทางไปสู่รัฐธรรมนูญใหม่ที่มุ่งจำกัดบทบาทของนักการเมืองและพรรคการเมือง ขณะเดียวกันก็เพิ่ม อำนาจและบทบาทให้องค์กรอิสระและศาลโดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญมากขี้นสร้าง กระบวนการเพื่อถอดถอนหรือให้นักการเมือง
รวมทั้งรัฐบาลพ้นจากตำแหน่งง่ายขึ้น ตั้งแต่สร้างระบบเลือกตั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลผสมหลายพรรค เปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีจากผ้ทูี่ไม่ได้เป็น ส.ส. เพื่อเตรียมการให้กลุ่มผู้มีอำนาจปัจจุบันได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ อันจะทำให้เกิดปัญหาและวิกฤติในอนาคต หากไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญูประเด็นสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาและสมควรปรับปรุงแก้ไข คือ ระบบการได้มาซึ่งส.ส.ระบบการเลือกตั้งแบบ จัดสรรปันส่วนผสม จะสร้างปัญหาตามมามากมาย การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เป็นการปิดโอกาสของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะเลือกผ้สูมัครและพรรคการเมืองที่แตกต่างกัน ผลการเลือกตั้งจะไม่สะท้อนถึงความต้องการแท้จริงของประชาชนและไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องการซื้อเสียงแต่จะทำให้การซื้อเสียงง่ายนึ้ ผลคะแนนที่ได้รับไม่ได้สะท้อนถึงคะแนนความนิยมที่มีต่อพรรคการเมือง การนำคะแนนเสียงทุกคะแนนเสียง แม้จะเป็นคะแนนที่แพ้มาร่วมคำนวณเพื่อคิด คะแนนให้กับส.ส.บัญชีรายชื่อขัดต่อหลักประชาธิปไตยที่ถือเสียงข้างมากเป็นตัวชี้ขาด
จะทำให้พรรคเล็กเสียเปรียบในการเลือกตั้ง เพราะไม่สามารถส่งผ้สูมัครครบทุกเขตได้ ทำให้ได้รัฐบาลผสมหลายพรรค ส่งผลให้รัฐบาลอ่อนแอ ไร้เสถียรภาพในการบริหารประเทศ เกิดการฮั้วกันทางการเมืองและเกิด ระบบผลประโยชน์ตอบแทน รัฐบาลต้องเสียเวลากับการบริหารการเมืองเพื่อความอยู่รอดของ ตน มากกว่าการที่จะบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน และในที่สุดหากไม่ยุบสภาก็ต้องถูกทำรัฐประหารเหมือนเช่นอดีต
ทั้งนี้ควรนำระบบการเลือกตั้งแบบผสมที่ใช้ในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ 2550 มาใช้ทำให้ประชาชนมีความเป็นอิสระสามารถใช้สิทธิเลือกตัวแทนของตนตามที่ชอบ และเลือกพรรคที่ตนเองศรัทธาได้ สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ส.ส.ที่ได้สะท้อนความ เป็นผู้แทนของประชาชนมากที่สุดส่วนระบบการได้มาซึ่ง ส.ว. มาจากการสรรหาของคนเพียงกลุ่มหนึ่ง โดยให้มีอำนาจสำคัญ ในการเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและบุคคลในองค์กรอิสระ แสดงให้เห็นนัยยะว่า ต้องการร่างรัฐธรรมนญูเพื่อต้องการสร้างระบบอำนาจใหม่ให้เกิดการควบคุมและครอบงำ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้ กล่าวคือผ้มูีอำนาจได้สร้างระบบตัวแทนของตัวเองขึ้นมามีอำนาจเหนือประชาชน ทั้งนี้ควรให้การได้มาซึ่ง ส.ว. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทำ ให้ได้ ส.ว.ที่มีความหลากหลายในวิชาชีพได้ เพราะเปิดโอกาสให้บุคคลในทุกสาขาอาชีพสมัครได้ และยังถือ เป็นผู้แทนของปวงชนอย่างเต็มภาคภูมิด้วย
ส่วนที่มาของนายกรัฐมนตรี ไม่จำต้องเป็นส.ส. มีนัยสำคัญว่าเป็นการเตรียมแผนรองรับ ผู้ที่มีอำนาจในปัจจุบัน หรือบุคคลที่ผู้มีอำนาจเตรียมการไว้ให้เข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากคาดหมายได้ว่าหลังการเลือกตั้งต้องได้รัฐบาลผสมแน่นอน และต้องมีการต่อรองตำแหน่ง นายกฯ เพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ การเขียนรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้เป็นการหมกเม็ดเพื่อหวังสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน ทั้งนี้ควรต้องกำหนดให้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญว่า ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯต้องเป็น ส.ส. เท่านั้น เพื่อให้ได้นายกฯ ที่มาจากความต้องการที่แท้จริงของประชาชน มิใช่อำนาจอื่นๆ
ส่วนการสร้างข้อจำกัดในการบริหารราชการแผ่นดินให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐบาลอย่างเข้มงวดจนเป็นข้อที่ทำให้กังวลว่า จะมีการใช้ช่องทางดังกล่าวในการล้มรัฐบาลได้โดยง่าย เช่น การกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมเพื่อใช้กับองค์กรของตนและกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย และการฝ่าฝืนจริยธรรมเป็นเหตุให้ถูกถอดถอนจากตำแหน่งได้ การจำกัดบทบาทพรรคการเมืองและรัฐบาลในการกำหนดนโยบายในการบริหารประเทศไว้ตั้งแต่ในชั้นการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ให้ กกต. ตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองได้ด้วย การกำหนดว่านโยบายที่จะใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินจะต้องสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติที่จัดทำโดย คสช. (ซึ่งมีเป้าหมายไว้ 20 ปี) ทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถที่จะกำหนดนโยบายอื่นๆ ได้เอง
ส่วนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายของสภาผู้แทนราษฎรที่ห้าม ส.ส. ส.ว. และ กรรมาธิการแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขที่มาในรายการหรือจำนวนในรายการ หากฝ่าฝืนผู้ นั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง อันจะทำให้โครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในระหว่างนั้นไม่อาจทำได้ รัฐบาลมีข้อจำกัดในการลงทุนในโครงการสำคัญๆ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนด เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องรักษาวินัยการเงิน ต้องแสดงที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายตาม กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างข้อจำกัดให้แก่โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินกู้มาดำเนินการ ทำให้ไม่อาจพัฒนาประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ควรให้อิสระแก่รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศในการที่จะกำหนดนโยบายได้ ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ของประเทศในช่วงเวลานั้น ไม่ผูกพันรัฐบาลไว้กับยุทธศาสตร์ ที่รัฐบาล คสช. กำหนดไว้ การกำหนดข้อผูกพันดังกล่าวจะเป็นข้อผูกมัดประเทศไว้ ไม่อาจแก้ไข เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้
ส่วนการเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญจนกลายเป็น ซุปเปอร์องค์กร เพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนนักการเมืองได้ ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญตีความรัฐธรรมนูญได้อย่างกว้างขวาง มีสิทธิ์ชี้ขาดว่า ในยาม ประเทศมีวิกฤตสามารถวินิจฉัยและให้บังคับตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้ ซึ่งทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจดังกล่าวอาจตีความได้ถึงการให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่ง การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือการตรากฎหมายของรัฐสภาตลอดจนอาจชี้ขาดให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้
ทั้งควรจำกัดอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญให้มีหน้าที่ในการวินิจฉัยเฉพาะที่เกี่ยวข้อง กับการคุ้มครองหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ไม่ควรให้ศาลรัฐธรรมนูญมี อำนาจวินิจฉัยให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือวินิจฉัยตีความรัฐธรรมนูญเพื่อใช้ประเพณีการปกครองประเทศตามที่ร่างรัฐธรรมนญูให้อำนาจไว้ อย่างไรก็ตามองค์กรที่ทำหน้าที่วินิจฉัยข้อพิพาททางรัฐธรรมนญูไม่ควร อยู่ในระบบเดียวกันกับศาลทั่วไป สมควรแยกเป็นอิสระจากหมวดศาลแล้วตั้งเป็น คณะตุลา การรัฐธรรมนูญ เหมือนเช่นในอดีต เพื่อจำกัดบทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาททางรัฐธรรมนญู ในเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเท่านั้น
ส่วนองค์กรอิสระ กกต. ป.ป.ช. คตง. มีอำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภา องค์กรเหล่านี้สามารถชี้ทิศทาง โดยการท้วงติงไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาล โดยอ้าง ว่ามีการทจุริต ทำให้รัฐบาลและรัฐสภาขาดความเป็นอิสระในการบริหารราชการแผ่นดินและใน การตรากฎหมาย องค์กรเหล่านี้จะทำหน้าที่ต่อต้านนโยบายของรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศและประชาชนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะขัดขวางนโยบายสำคัญๆ ของรัฐบาล แม้จะแถลงต่อรัฐสภาแล้วก็ตามทั้งนี้การให้อำนาจพิเศษแก่องค์อิสระ จะทำให้องค์อิสระสามารถเข้ามาแทรกแซง องค์กรฝ่ายบริหารได้อย่างไม่มีข้อจำ จึงงเห็นควรยกเลิกอำนาจในส่วนนี้ขององค์อิสระและให้ อำนาจหน้าที่ขององค์กรต่างๆ เป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่
ส่วนการกำหนดให้รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยากที่สุด จะก่อให้เกิดวิกฤตของชาติในอนาคต กำหนดว่าการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ต้องได้คะแนนเสียง เห็นชอบของสมาชิกรัฐสภามากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาและต้องมีจำนวนส.ส.จากพรรคการเมืองทุกพรรคที่มีสมาชิกสภาผู้ทนราษฎรไม่น้อยกว่า 10 คน เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรค และต้องมี ส.ว. เห็นด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว. ทั้งหมด
การกำหนดเงื่อนไขการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนญูไว้ดังกล่าวจึงทำให้โดยข้อเท็จจริงแล้วจะทำให้รัฐธรรมนญูที่จะใช้บังคับไม่สามารถ แก้ไขเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน การกำหนดเช่นนี้จะก่อให้เกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญขึ้นอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ควรยีดหลักการเดิมในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนญู ตามรัฐธรรมนญูปี 2550 เพราะแม้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด แต่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่อาจคาดหมายได้ทั้งหมดว่าในวันข้างหน้าสถานการณ์ของประเทศและของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จึงควรให้ผู้มีอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญูในขณะนั้น ได้พิจารณาถึงเหตผุลความจำเป็นในการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญเพื่อให้พลันตัวไปตามสถานการณ์
ส่วนการคงอำนาจของคสช.และหัวหน้าคสช.ไว้หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ คสช. และหัวหน้า คสช. ยังคงมีอำนาจ หน้าที่ต่อไป ซึ่งรวมถึงอำนาจพิเศษของหัวหน้าคสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับ ชั่วคราวปี 2557 ด้วยนั้น แสดงถึงการไม่ยอมปล่อยวางอำนาจของคสช. ที่ได้อำนาจมาจาก การรัฐประหาร ทำให้การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่อาจดำเนินการไปด้วยความ โปร่งใสและเป็นธรรมได้ เพราะ คสช. ยังมีอำนาจควบคุมกลไกอำนาจรัฐไว้ทั้งหมดได้ ทั้งควรตัดบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญูที่ให้อำนาจ คสช. และหัวหน้า คสช. ออกโดย ให้คสช. สิ้นสุดลงทันทีเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญูแล้ว
อย่างไรก็ตามด้วยปัญหาที่ปรากฎในร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทยจึงขอให้กรธ.ได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขหลักการและสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามข้อเสนอของพรรคฯ ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างยิ่ง