เรียงความสะท้อนชะตาชีวิต “ลูกหมอกำพร้า” พ่อช่วยคนจนตัวตาย วอนสังคมช่วยเหลือ
19 ก.พ. 2559

โซเชียลสะเทือนใจลูกหมอกำพร้า เขียนเรียงความสะท้อนชะตาชีวิต เสียพ่อแม่ตั้งแต่เล็ก อยู่กับย่า ปากกัดตีนถีบจบแค่ ม.3 ด้าน สสจ.ปราจีนฯ ตั้งกองทุนหาเงินส่งเรียนต่อ
ข่าว
19 ก.พ. 2559

โซเชียลสะเทือนใจลูกหมอกำพร้า เขียนเรียงความสะท้อนชะตาชีวิต เสียพ่อแม่ตั้งแต่เล็ก อยู่กับย่า ปากกัดตีนถีบจบแค่ ม.3 ด้าน สสจ.ปราจีนฯ ตั้งกองทุนหาเงินส่งเรียนต่อ
วานนี้ (18 ก.พ. 59) เฟซบุ๊ก Ittaporn Kanacharoen ของ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์ภาพจดหมายทางราชการฉบับหนึ่งของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัว นพ.กฤษฎา วงศ์ดีเลิศ ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 พร้อมกับโพสต์ข้อความเล่าถึงชะตากรรมของครอบครัวของ นพ.กฤษฎา วงศ์ดีเลิศ อดีตแพทย์ รพ.กบินทร์บุรี แพทย์จากจุฬารุ่นที่ 42 ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตเนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด ทิ้งแม่วัยเกือบ 80 และลูกสาวซึ่งมีอาการลมชักไว้หนึ่งคน แต่กลับไม่ได้เรียนหนังสือเพราะไม่มีเงิน
พล.อ.ต.นพ.อิทธพร บอกว่า อ่านจดหมายเวียนฉบับนี้ด้วยความรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวของ นพ.กฤษดา อดีตแพทย์ รพ.กบินทร์บุรี ซึ่งเรียนจบแพทย์จากจุฬาลงกรณ์รุ่นที่ 42 ซึ่งหลังอ่านหนังสือเวียนฉบับดังกล่าวแล้ว ต้องกลับไปค้นเรียงความของลูกสาวคนเดียวของ นพ.กฤษดา ที่เหลืออยู่ (เป็นโรคลมชัก และไม่ได้เรียนหนังสือแล้วตอนนี้เพราะไม่มีเงิน) ซึ่งชนะการประกวดเรียงความในวันแม่ปี 2555 (4 ปีก่อน) มาอ่าน จากเพจ คุณครูน๊อต ก่อนนำมาเผยแพร่และขอความช่วยเหลือให้แก่ ด.ญ.อารดา ในเฟซบุ๊ก
ผมได้ตรวจสอบเอกสารนี้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีที่ โทรศัพท์ 0-3721-1626 ต่อ 108 แล้วครับ จะนำเรื่องนี้ปรึกษากรรมการแพทยสภาต่อไป ขอส่งให้ผู้บังคับบัญชา เพื่อนๆ พี่น้องในกระทรวงสาธารณสุข และสถาบันที่จบมา พิจารณาช่วยลูกหมอกำพร้าท่านนี้ด้วยตามสมควรด้วยนะครับ และอาจต้องมีมาตรการต่อไปในอนาคตสำหรับกรณีเหตุการณ์เช่นนี้..ขอบคุณครับ
ทั้งนี้ พล.อ.ต.นพ.อิทธพรได้นำเรียงความเรื่อง ชีวิตของลูกกำพร้า ซึ่งเขียนโดย ด.ญ.อารดา วงศ์ดีเลิศ นักเรียนชั้น ม.1/1 โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใหม่ท่าพาณิชย์) ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ลูกสาวคนเดียวของ นพ.กฤษฎา ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดเรียงความของโรงเรียนเมื่อปี 2555 มาเผยแพร่ โดยมีเนื้อหาสะท้อนชะตากรรมของครอบครัวเธอที่ต้องผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาหลายครั้งหลายหน ด.ญ.อารดา เล่าเรื่องราวว่า เธอเป็นลูกกำพร้า เสียแม่ไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเธออายุได้เพียง 5 เดือน ต่อมาเมื่ออายุ 2 ปี ก็ต้องมาสูญเสียพ่อคือ นพ.กฤษดา ไปอีกคนหลังจากพ่อของเธอรักษาคนไข้จนต้องติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับย่าตามลำพัง แต่เธอก็ไม่ย่อท้อต่อชีวิต และพยายามดิ้นรนปากกัดตีนถีบเรื่อยมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องเรียงความของ ด.ญ.อารดา ถูกเผยแพร่ต่อในโซเซียลมีเดีย จนมีผู้มาแสดงความคิดเห็นไปในทางชื่นชม และเห็นอกเห็นใจอย่างกว้างขวาง ซึ่งล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบัน ด.ญ.อารดา โตขึ้นเป็น น.ส.อารดา แล้ว เรียนจบชั้น ม.3 และไม่ได้เรียนต่อเนื่องจากฐานะยากจน ต้องออกมารับจ้างทั่วไป และขายขนมกับย่าวัยใกล้ 80 อยู่ที่หน้าโรงเรียนในจ.ปราจีนบุรี
ด้าน นพ.โชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ปราจีนบุรี กล่าวถึงกรณีออกหนังสือเวียนถึง นพ.สสจ.และผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขตสุขภาพที่ 6 เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัว นพ.กฤษฎา วงศ์ดีเลิศ อดีตแพทย์ รพ.กบินทร์บุรี ซึ่งเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือด เหลือเพียงมารดาวัย 80 ปี และน.ส.อารดา ซึ่งป่วยเป็นโรคลมชัก ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะไม่มีเงินว่า การให้ความช่วยเหลือครอบครัวของ นพ.กฤษฎา เนื่องจากทราบถึงความยากลำบากของครอบครัวดังกล่าว ผ่าน นพ.โชคชัย มานะดี ผอ.รพ.กบินทร์บุรี และนพ.พงศธร สร้อยคีรี ผอ.รพ.ประจันตคาม ซึ่ง นพ.พงศธร ถือเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับนพ.กฤษฎา คือ แพทยศาสตรบัณฑิต รุ่น 42 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยพบว่า น.ส.อารดานั้นต้องสูญเสียทั้งคุณพ่อและแม่ อยู่กับคุณย่ามาตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งก็มีรายได้ที่ไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถเรียนต่อ ม.4 ได้
น้องอารดาสูญเสียคุณแม่ไปตั้งแต่เมื่ออายุได้ 5 เดือน เมื่อคราวเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งทุกคนบนรถเสียชีวิตทั้งหมดยกเว้นน้องคนเดียวที่รอดชีวิต แต่ก็ต้องมาสูญเสียคุณพ่อ คือ นพ.กฤษฎา ไปอีกจากการติดเชื้อในกระแสเลือดเมื่อตอนน้องอายุได้ 2 ขวบ จึงเติบโตมากับคุณย่า จนขณะนี้มีอายุ 18 ปีแล้ว ซ้ำยังมีอาการป่วยด้วยโรคลมชัก และไม่ได้เรียนต่อชั้น ม.4 เพราะประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย โดยคุณย่ามีรายได้ไม่มากจากการทำขนมต้มมาขายหน้าโรงเรียน และเบี้ยยังชีพอีกเดือนละ 800 บาทเท่านั้น ขณะที่ใช้จ่ายนั้นมีค่าเช่าบ้านประมาณพันบาท ซึ่งได้ค้างค่าเช่ามาประมาณ 2 เดือนแล้ว เบื้องต้น ผมและนพ.พงศธรได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องของยังชีพไปบ้างแล้ว แต่จากเรื่องราวดังกล่าวจึงตัดสินใจนำเรื่องของน้องเข้าที่ประชุมจังหวัด เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ โดยตั้งบัญชี กองทุนสวัสดิการ เพื่อ น.ส.อารดา วงศ์ดีเลิศ ขึ้น และส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์ออกไปยังเครือข่ายด้านสาธารณสุข เพื่อให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นมีเงินในกองทุนแล้วประมาณ 155,000 บาท นพ.โชคชัย กล่าว
นพ.โชคชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการนำเงินในบัญชีมาช่วยเหลือ น.ส.อารดา นั้น จะอยู่ในรูปแบบของคณะกรรมการกองทุน ซึ่งมี นพ.โชคชัย และ นพ.พงศธร เป็นหนึ่งในกรรมการด้วย ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้จ่ายเงินสัปดาห์ละ 1,600 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ ของ น.ส.อารดาและคุณย่า ตกเดือนละประมาณ 6,400 บาท ค่าเช่าบ้านเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งค่าเล่าเรียนก็จะใช้เงินจากกองทุนนี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนระยะยาวไปจน น.ส.อารดา เรียนจบปริญญาตรี ซึ่งที่ทราบคือ น.ส.อารดา อยากเรียนด้านบัญชี ส่วนการรักษาโรคลมชักของ น.ส.อารดา นั้น อยู่ในความดูแลของ รพ.กบินทร์บุรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพราะอยู่ในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)
หลังจากมีการกระจายขอความช่วยเหลือ และมีการส่งต่อกันในสังคมออนไลน์ก็คาดว่าเงินในกองทุนเพื่อช่วยเหลือน้องอารดาน่าจะเพิ่มขึ้น สามารถดูแลน้องไปจนเรียนจบและประกอบอาชีพมีรายได้เป็นของตนเองได้ ส่วนการนำเงินในบัญชีมาช่วยเหลือนั้น ถ้ามีความเปลี่ยนแปลงกรรมการก็จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถให้ความช่วยเหลือผ่านทางบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาประจันตคาม ชื่อบัญชีกองทุนสวัสดิการ เพื่อ น.ส.อารดา วงศ์ดีเลิศ เลขที่บัญชี 020067477915 นพ.โชคชัย กล่าวและว่า ส่วนความช่วยเหลือในฐานะเป็นข้าราชการนั้น เนื่องจาก นพ.กฤษฎา ได้ลาออกจาก รพ.กบินทร์บุรี ไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จึงไม่ได้มีสิทธิ์ของข้าราชการ
ข่าวล่าสุด