นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งของจังหวัดอ่างทอง ว่าจังหวัดอ่างทองได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งเช่นเดียวกับทุกจังหวัดในลุ่มน้ำภาคกลาง โดยในส่วนของจังหวัดอ่างทองได้รับน้ำเขื่อนเจ้าพระยา วันละ 15 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยในส่วนชลประทานของจังหวัดอ่างทอง ได้รับน้ำแค่ 12 ลบ.ม.ต่อวินาที สามารถนำมาใช้เป็นน้ำกินน้ำใช้เท่านั้น และการรักษาสภาพนิเวศ ทำให้การทำนาของจังหวัดอ่างทองไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสำรวจผลกระทบจากนาข้าวที่ยังมีอยู่ถึง 117,000 กว่าไร่ โดยเดือนนี้สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณแสนกว่าไร่ ส่วนที่เหลือจะมีปัญหาอีกหมื่นกว่าไร่ที่จะเกี่ยวในเดือนกุมภาพันธ์จะไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยง ตอนนี้จังหวัดกำลังหาแหล่งน้ำจากบ่อทรายมาช่วยอยู่ และจังหวัดอ่างทองคงต้องดูแลพืชที่ใช้น้ำน้อย พืชสวนด้วย
นายชนะ เชิดชู อายุ 72 ปี ชาวนาใน ต.สาวร้องไห้ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หลังจากที่ประสบปัญหาภัยแล้งจนชลประทานไม่สามารถปล่อยน้ำมาให้ชาวนาทำการเพาะปลูกข้าวได้ จึงไถกลบที่นาจำนวน 12 ไร่ ยกล่องหันมาปลูกพริกขี้หนู พันธุ์หอมสุพรรณ ส่งขายตลาดในราคากิโลกรัมละ 50 บาท และสามารถเก็บขายได้วันละ 200 กิโลกรัม โดยสามารถหมุนเวียนเก็บพริกได้ทุกวัน สร้างรายได้วันละหมื่นบาท ซ้ำยังลงทุนเพียงครั้งเดียวสามารถเก็บขายได้ตลอด
นายชนะ กล่าวว่า ตนเปลี่ยนอาชีพจาการทำนามาปลูกพริกขายทำให้มีรายได้ดีมาก โดยมีรายได้เป็นแสนบาท โดยพริกสามารถเก็บได้หลายรุ่น ถ้าเปรียบเทียบจากการทำนาข้าวมาปลูกพริก ทั้งนี้ การทำนาข้าวลงทุนสูงมากแถมราคาข้าวเปลือกก็ไม่ดีด้วย จึงนำข้าวเปลือกไปขายก็ไม่ได้เท่าไร กินใช้ก็หมดแล้ว จึงหันมาปลูกพริกเพราะใช้น้ำน้อย ลงทุนก็น้อยกว่า แถมสามารถใช้แรงงานในครัวเรือนได้ ลดต้นทุนการผลิตไปด้วย