เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.เปิดโครงการ "ล้างใบสั่ง" ปรับ100บาท ถึง 15 ม.ค.59

24 ธ.ค. 2558 | nation_ent

ตร.เปิดโครงการ "ล้างใบสั่ง" ปรับ100บาท ถึง 15 ม.ค.59

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) --- เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงกรณี กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (บก.น.3) โดยเฉพาะพื้นที่ สน.ลำผักชี ได้ดำเนินการโครงการล้างใบสั่ง ปรับ 100 บาท ว่า ตามที่โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการไปนั้น ตนเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี ดังนั้นตนจึงได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล1-9 (บก.น.1-9)และกองบังคับการตำรวจราจร(บก.จร.) รวมทั้ง 88 สน.ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครดำเนินการตามโครงการดังกล่าว เพื่อให้แนวทางปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกกองบังคับการ และเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน อีกทั้งโครงการล้างใบสั่งยังจะเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนไปก่อความผิดซ้ำซ้อนในกรณีที่ไม่ใบอนุญาตขับขี่และไปแจ้งความเท็จ เพราะบางคนไปแจ้งความเนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งก็จะทำให้มีโทษสูงถึงจำคุกถึง 2 ปี

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ในกรณีที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านจะได้มีเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กรณีที่เจ้าน้าที่เรียกตรวจด้วยเนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่จะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมหรือปัญหาอื่นๆที่จะตามมา อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนได้สั่งการให้ทุกกองบังคับการเริ่มปฏิบัติไปแล้ว โดยประชาชนที่ทำผิดกฎจราจรและถูกยึดใบขับขี่สามารถติดต่อได้ที่ สน. พื้นที่ที่ถูกจับได้ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.58 - 15 ม.ค.59 เป็นระยะเวลา 21 วัน แต่หากไม่มาติดต่อในระยะเวลาดังกล่าวก็จะต้องจ่ายค่าปรับในอัตราที่กระทำความผิด หรือขยายเวลาโครงการดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับตามความเหมาะสม
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการล้างใบสั่งปรับ 100 บาท จะดำเนินการได้เฉพาะในความผิดที่กำหนดโทษปรับไว้ไม่เกิน 1,000 บาท เท่านั้น อาทิ ไม่สวมหมวกนิรภัย อุปกรณ์ส่วนควบไม่ครบ ไม่พกใบอนุญาตขับขี่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งข้อหาเหล่านี้เป็นข้อหาที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ส่วนรวม ส่วนในข้อหาที่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นส่งผลกระทบด้านการจราจรไม่ว่าจะเป็นจอดรถกีดขวาง จอดรถในที่ห้ามจอด ขับรถบนทางเท้า นำรถที่ด้อยสมรรถนะมาขับ และเมาแล้วขับ ซึ่งตนได้สั่งการกำชับว่า ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ความผิดอะไรที่เป็นอัตราโทษปรับไม่น้อยกว่า 400 บาท หรืออะไรที่เป็นนโยบายดังที่กล่าวมา ข้อหาเหล่านี้ก็จะต้องถูกปรับ และดำเนินคดีในอัตราโทษสูงสุด
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการนี้ยังมีนักกฎหมายเป็นห่วงและโต้แย้งว่าหากดำเนินการไปแล้วประชาชนอาจจะไม่เกรงกลัว และกระทำผิดกฎจราจรอย่างต่อเนื่อง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพิจารณาตามบทลงโทษอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังได้มีการทำสัญญาข้อตกลงหรือเอ็มโอยู เพื่อตกลงกันว่า จะไม่ทำผิดกรณีเดิมซ้ำอีกทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้มุ่งหวังในเงินรางวัลนำจับเพียงอย่างเดียว แต่มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการป้องกันประชาชนเท่านั้น

ข่าวล่าสุด