เนชั่นทีวี

ข่าว

สั่งออกจากราชการ"ดาบตำรวจ"ยิงกระทิงป่าภูเขียว

02 ธ.ค. 2558 | jirasin_yin

สั่งออกจากราชการ"ดาบตำรวจ"ยิงกระทิงป่าภูเขียว

ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ มีคำสั่งให้ ดาบตำรวจจราจร ออกจากราชการ หลังยิงกระทิงป่า ตัดหัวแล่เนื้อบรรจุถุง ขนขึ้นรถตราโล่ ออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิส่งนายทุน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนดำเนินการเอาผิดทางวินัยร้ายแรง

วันที่ 2 ธันวาคม 2558 นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้รับรายงานจากนายมีเดช พงศ์จันทรเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ว่า เมื่อเช้าวันที่ 2 ธันวาคม 2558 เวลา 08.30น.เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ได้รับทราบข้อมูลจากชาวบ้านว่า พบคนร้ายที่เป็นพรานป่าได้ล่องเรือเข้าไปในเขื่อนจุฬาภรณ์แล้วลักลอบเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ขึ้นไปยิงกระทิง ได้ที่บริเวณป่ารอยต่อที่อยู่ ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาผึ่ง จ.เพชรบูรณ์ ที่อยู่เหนือเขื่อนจุฬาภรณ์ ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ แล้วได้ตัดหัวกระทิงและชำแหละเนื้อบรรจุถุงขนขึ้นเรือขับออกเขื่อนจุฬาภรณ์ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงประสานงานวางแผนกับตำรวจทหาร พร้อมนำกำลังออกไล่ล่าและปิดล้อมตั้งจุดสกัดที่บริเวณหน่วยรักษาป่า(ปางม่วง) หน้าหน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ พร้อมกับส่งกำลังเข้าปิดล้อมปากทางเข้าออกเขื่อนจุฬาภรณ์ ภายในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิหมด

สั่งออกจากราชการ"ดาบตำรวจ"ยิงกระทิงป่าภูเขียว


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดจับได้มีรถสายตรวจจราจร สีแดงเลือดหมู่-ขาว ตราโล่ติดป้ายหน้ารถ จราจร สภ.คอนสาร หมายเลขทะเบียน 28899 ยี่ห้อ อีซูซู บรรทุกเรือ 2 ลำ ขับวิ่งผ่านมาเจ้าหน้าที่ฯจึงแสดงตัว เรียกตรวจพบด.ต.มงคล บุญมาตุ่น อายุ 47 ปี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานจราจร สภ.คอนสาร อยู่บ้านเลขที่ 109/9 หมู่1 ต.ภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เป็นคนขับ มีนายปรีชา ปราบพราน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่7 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ นั่งมาด้วย
ตรวจสอบพบว่าภายในรถมีถุงบรรจุเนื้อส่งกลิ่นไปทั่ว เจ้าหน้าที่จึงเปิดดูพบเนื้อกระทิงบรรจุอยู่ในถุง จำนวน 8 ถุง เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 มาสอบสวนที่ด่านตรวจเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิพร้อมกับแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจ คนดังกล่าวมารวมสอบสวนพร้อมกับของกลางเนื้อกระทิงบรรจุอยู่ในถุง จำนวน 8 ถุง และเรือยางสีฟ้าและสีเขียว จำนวน 2 ลำ

สั่งออกจากราชการ"ดาบตำรวจ"ยิงกระทิงป่าภูเขียว


ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ให้การรับสารภาพว่าเมื่อเย็นวันที่ 1 ธันวาคม 2558 ด.ต.มงคล ผู้ต้องหาได้รับโทรศัพท์จากกลุ่มนายทุนแก๊งพรานป่า(ขอปิดบังชื่อ)ว่าจ้างให้ไปขนเนื้อกระทิง ที่บริเวณเหนือเขื่อน โดยนายทุนได้บอกว่าขณะนี้ลูกน้องที่เป็นพรานป่าเข้าไปไล่ล่ากระทิงที่ลงมากินน้ำในเขื่อน ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว โดยได้ล่ายิงกระทิงขณะลงมาดื่มน้ำในบริเวณด้านเหนือเขื่อนจุฬาภรณ์ จำนวน 1 ตัว โดยจะมีพรานป่าน้ำเนื้อกระทิง ขนบรรทุกเรือมาส่งให้ที่ท่าน้ำในเขตเขื่อนจุฬาภรณ์ ตนจึงได้พร้อมด้วยนายปรีชาฯที่เป็นพรานป่า ที่ชำนาญทางได้ นำรถสายตรวจจราจรเดินทางเข้าไปดักรอรับ เพื่อนำเนื้อไปส่งให้กับกลุ่มนายทุนนำไปขาย โดยจะได้รับได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 3,000 บาทและได้ส่วนแบ่งเนื้อกระทิงไปกินเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า คนร้ายกลุ่มดังกล่าว มุ่งหวังเพียงแค่ไล่ล่ากระทิงเพื่อนำเนื้อมากินและขาย แต่ต้องการตัดหัวกระทิงตัวนี้เพราะมีเขาสวยงาม เป็นที่ต้องการของผู้ที่ชื่นชอบเขาสัตว์ และมีราคาหลักหมื่นบาท จึงอาจจะเป็นเหตุให้มีขบวนการล่ากระทิง เพื่อนำหัวไปขาย

สั่งออกจากราชการ"ดาบตำรวจ"ยิงกระทิงป่าภูเขียว


หลังสอบส่วนในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหา ล่าสัตว์คุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีซากสัตว์คุ้มครองโดยผิดกฎหมาย ส่งให้ ร.ต.อ.วุฒิชัย เยิมสูงเนิน ร้อยเวนดำเนินคดีต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้มีคำสั่งให้ ด.ต.มงคล ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนดำเนินการเอาผิดทางวินัยร้ายแรงด้วย
มีข้อมูลว่าผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวเป็นพรานป่าในพื้นที่ที่ ออกหาปลาในเขื่อนจุฬาภรณ์และเมื่อเห็นสัตว์ต่างๆออกจากป่าลงมากินน้ำในตัวเขื่อนฯก็จะพากันออกไปดักซุ่มยิงเมื่อได้แล้วก็จะโทรศัพท์ บอกกลุ่มนายทุนให้มาขนเนื้อไปขาย แล้วแบ่งผลประโยชน์กัน ส่วนหนึ่งก็จะนำไปรับประทานแจกจ่ายให้เพื่อนตำรวจกินกัน ซึ่งกลุ่มพรานดังกล่าวนับว่าจงใจล่าสัตว์ เพราะจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นที่รู้กันดีว่ามีกระทิงป่ามาอยู่อาศัยหากินเป็นประจำ จึงเชื่อว่ายังมีผู้รวมขบวนการอีกจำนวนหนึ่งที่เจตนาเข้าไปล่ากระทิง

สั่งออกจากราชการ"ดาบตำรวจ"ยิงกระทิงป่าภูเขียว

ข่าวล่าสุด