คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้บริการเสริมความงาม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นพ.จักรพงษ์ ชุณหเสวี กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.-19 ต.ค.2558 มีผู้มาร้องเรียนได้รับความเสียหายจากการใช้บริการสถานเสริมความงาม และศัลยกรรมความงาม 355 ราย ซึ่งเพิ่มจากปี 2557 ที่มีการร้องเรียน 158 ราย
โดยเป็นความเสียหายจากคลินิกศัลยกรรมเสริมความงาม จำนวน 81 ราย ประเด็นการร้องเรียน คือจมูกเบี้ยว เอียง อักเสบ รูจมูกไม่เท่ากัน จมูกยุบ ซิลิโคนไม่ได้มาตรฐาน ทำตาสองชั้นผิดรูป หนังตาปิด ทำเต้านมไม่ได้ขนาดตามสัญญา เต้านมเอียง ไม่เป็นธรรมชาติ อักเสบ ปัญหาการดูดไขมัน
นพ.จักรพงษ์ บอกอีกว่า ประเด็นการร้องเรียนในสถานบริการเสริมความงามที่เป็นคลินิก และสปา ที่ไม่ใช่คลินิกศัลยกรรม มี 433 ราย โดยประเด็นที่ร้องเรียนคือ เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวไหม้ ผิวหนังอักเสบ เป็นฝ้า กระ เพิ่มขึ้นหลังรับบริการยิงเลเซอร์
ทั้งนี้ หลังจากพิจารณาไกล่เกลี่ยพบปัญหาว่า เกิดจากพนักงานที่ให้บริการไม่มีความชำนาญ ผู้ประกอบกิจการไม่มีแพทย์ หรือ แพทย์เฉพาะทางอยู่ประจำ ให้บริการโดยตรงหรือแพทย์ให้คำปรึกษาเพียงสัปดาห์ละ 1 วัน เมื่อเกิดปัญหาพนักงานไม่สามารถแก้ปัญหาได้
รวมถึงการบริการไม่ตรงตามที่ตกลงกับพนักงาน เช่น จำนวนครั้ง หรือ ลักษณะคอร์สที่ใช้บริการ การทำหัตถการบางอย่างไม่ได้ทำกับแพทย์เช่นทำเลเซอร์ สถานบริการปิดกิจการ และผู้ใช้บริการไม่สามารถยกเลิก หรือ ขอค่าสมัครคืนได้ ทั้งนี้ สคบ.ได้ตักเตือนและให้ปรับปรุงให้มีคุณภาพตามที่กำหนด
ทั้งนี้ ปัญหาที่น่ากังวล คือ การเข้าไปใช้บริการคลินิกที่ไม่ใช่แพทย์จริงๆ หรือ เป็นแพทย์ที่แอบอ้างว่าเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านนั้นๆ ซึ่งความจริงแล้วยังไม่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาโดยผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา ที่http://tmc.or.th/check_md โดยกรอกชื่อนามสกุล และค้นหาก็จะทำให้ทราบว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ เชี่ยวชาญตามที่ระบุไว้หรือไม่