การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเมียนมาร์เริ่มขึ้นแล้วเมื่อวาน ท่ามกลางเหตุรุนแรงที่มีผู้สมัครพรรค NLD ถูกแทงบาดเจ็บ ขณะที่ยูเอ็นแสดงความกังวลต่อปัญหาเลือกตั้งหลายเรื่อง เตือนอาจเกิดความวุ่นวาย หากผลเลือกตั้งไม่น่าเชื่อถือ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเมียนมาร์เริ่มใช้สิทธิลงคะแนนเสียงล่วงหน้าเมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนที่การเลือกตั้งทั่วประเทศจะจัดขึ้นวันที่ 8 พ.ย.โดยกลุ่มผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามีทั้งตำรวจพิเศษราว 40,000 นาย ที่จะต้องประจำการตามหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง และผู้สมัครเลือกตั้ง รวมถึงทหารที่ต้องประจำการในวันเลือกตั้งนอกเขตพื้นที่ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิไว้ ทั้งหมดมีเวลาใช้สิทธิจนถึง 5 พ.ย. ส่วนประชาชนทั่วไปจะใช้สิทธิล่วงหน้าได้ในวันที่ 6-7 พ.ย. หากได้ทำเรื่องแจ้งไว้ก่อนแล้ว

ขณะที่ผู้สังเกตการณ์นานาชาติแสดงความกังวลต่อความโปร่งใสในการเลือกตั้งล่วงหน้า หลังจากในปี 2553 มีข้อกล่าวหาว่ามีการโกงในการเลือกตั้งล่วงหน้าอย่าง กว้างขวาง แต่ในปีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งอนุญาตให้ผู้สมัครเลือกตั้งไปสังเกตการทำงานของเจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งได้ ขณะที่ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งนานาชาติจากศูนย์คาร์เตอร์ของสหรัฐแสดงความผิดหวังที่ไม่ได้รับอนุญาตให้สังเกตการณ์การใช้สิทธิล่วงหน้า

ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศเริ่มขึ้นตั้งแต่ 13 ต.ค. และส่วนใหญ่เสร็จสิ้นเกือบหมดแล้ว ซึ่งผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งยอมรับว่ามีความผิดพลาดทำให้เกิดปัญหาร้องเรียนต่างๆ

ขณะที่มีรายงานเกิดเหตุรุนแรงระหว่างการปราศรัยหาเสียงของพรรค NLD ในเมืองย่างกุ้งเมื่อคืนวาน โดยมีชาย 3 คนใช้มีดและดาบไล่ฟันคนทำให้นาย หนาย นาน ลิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ NLD ที่ลงสมัครอีกสมัย และประชาชนอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บ โดยผู้สมัครมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและแขน ส่วนคนร้ายถูกตำรวจจับกุมตัวไว้ได้ แต่ยังไม่ทราบเหตุจูงใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความกังวลยิ่งขึ้นต่อความปลอดภัยของการปราศรัยใหญ่ของนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรค NLD ที่จะจัดขึ้นในย่างกุ้งวันอาทิตย์นี้ แม้ว่าที่ผ่านมาเธอเดินสายหาเสียงทั่วประเทศ โดยไม่เกิดเหตุรุนแรงอะไรก็ตาม

ขณะที่นาง ยางฮี ลี ผู้จัดทำรายงานพิเศษเรื่องเมียนมาร์ของสหประชาชาติ แสดงความกังวลต่อปัญหาที่พบในการเลือกตั้ง ซึ่งเธอระบุไว้หลายเรื่อง เช่น ผู้สมัครหลายสิบคนขาดคุณสมบัติ ประชาชนหลายแสนคนที่เคยใช้สิทธิเลือกตั้งหลายครั้งก่อนกลับถูกเพิกถอนสิทธิ จำกัดเสรีภาพการชุมนุม และมีการข่มขู่อย่างกว้างขวาง

พร้อมกันนี้เธอเตือนว่าช่วงหลังเลือกตั้ง ส.ส. และก่อนการเลือกประธานาธิบดี รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อาจเกิดเหตุการณ์ไม่สงบได้ หากผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย..ไม่ได้รับการยอมรับว่ามีความน่าเชื่อถือและชอบธรรมตามกฎหมาย