รองผอ.รร.เสิงสางส่งไลน์บอกลา คาดเครียดหลังเป็นข่าวตบหัวนร.
23 ส.ค. 2558
นครราชสีมา- เพื่อนครูคอยปลอบใจหวั่น รอง ผอ.รร.เสิงสาง คิดสั้นหลังส่งไลน์บอกลา ด้านนักเรียนผู้เสียหาย เรียกร้องผู้บริหารโรงเรียนชี้แจงประเด็นทางการเงินที่โดนตั้งข้อสงสัย
ข่าว
23 ส.ค. 2558
นครราชสีมา- เพื่อนครูคอยปลอบใจหวั่น รอง ผอ.รร.เสิงสาง คิดสั้นหลังส่งไลน์บอกลา ด้านนักเรียนผู้เสียหาย เรียกร้องผู้บริหารโรงเรียนชี้แจงประเด็นทางการเงินที่โดนตั้งข้อสงสัย
ความคืบหน้ากรณี นายไอสูรย์ ปิยธรจุฑาธรรม รองผู้อำนวยการโรงเรียนเสิงสาง อ. เสิงสาง จ.นครราชสีมา สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 นครราชสีมา ( สพม.31 นม.) บันดาลโทสะใช้มือขวาตบศีรษะนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 คณะกรรรมการนักเรียนฝ่ายประชาสัมพันธ์ ขณะเป็นแกนนำเรียกร้องให้ผู้บริหารชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องการเงินสถานศึกษาที่ไม่โปร่งใส เหตุเกิดบริเวณหน้าเสาธงชาติ ต่อหน้าบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนนับพันคน และได้ถ่ายคลิปภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง แล้วนำไปแชร์ในโลกโซเซียลเน็ตเวิร์ค
ล่าสุด วันที่ 23 ส.ค. 58 นายหนึ่ง (นามสมมุติ) โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก โดยระบุว่า ตอนนี้ผิดประเด็นไปหมด ทุกคนไปยกความผิดให้ รองฯ คนเดียว ซึ่งมันไม่ใช่เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้บริหารทั้งคณะที่จะต้องออกมาชี้แจง และตรวจสอบ หากจะย้ายจริงๆ ต้องย้ายทั้งคณะผู้บริหาร เพราะนอกนั้นไปไหนกันหมดไม่ออกมาชี้แจง ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ดีไม่ดีผู้บริหารควรย้ายมากกว่ารอง ถึงท่านจะใช้กำลังสุดท้ายคือ ท่านอยากแก้ไขปัญหา ถึงมันจะผิดวิธีไปหน่อยก็เถอะ แต่ผู้บริหารเหล่านั้นเพิกเฉยต่อหน้าที่ ไม่รับรู้และไม่มีการชี้แจงใดๆ ควรย้ายก่อนรองฯคนที่ทุกคนประณามเสียอีก ที่พูดผมพูดในฐานะผู้นำในการกระทำในครั้งนี้ ไม่อยากให้เราผิดประเด็นและกลายเป็นว่าโยนให้รอง เป็นแพะ เรียนมาเพื่อทราบ
นายหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ข้อสงสัยความไม่โปร่งใสของคณะผู้บริหารใช้งบดำเนินการโครงการก่อสร้างรั้วกั้นสวนหย่อม แต่ไม่ปรากฏประโยชน์แท้จริง ส่วนห้องน้ำมีสภาพชำรุดทรุดโทรม กลับไม่ปรับปรุงแก้ไข มาตรการรักษาความปลอดภัยโรงรถจอดยานพาหนะนักเรียน มีความเสี่ยงทรัพย์สินอาจสูญหาย ผู้บริหารประกาศไม่รับผิดชอบ ทำให้นักเรียนไม่ไว้วางใจ ต้องนำรถไปฝากชาวบ้านที่มีบ้านพักอยู่ใกล้โรงเรียน กล้องวงจรปิด จำนวน 60 ตัว ที่ติดตั้งไว้ภายในสถานศึกษา พบกล้อง 30 ตัว ใช้งานได้แต่ด้อยประสิทธิภาพ เก็บเงินเบ็ดเตล็ดเพิ่มขึ้น แต่สวัสดิการตอบแทนเท่าเดิม
"คำถามเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ขอให้ผู้บริหารชี้แจงให้กระจ่าง พร้อมแสดงหลักฐานให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีขึ้น คณะกรรมการตรวจสอบ ควรพิจารณาย้ายผู้บริหารทั้งคณะ เนื่องจากบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ หากผลสรุปไม่มีความชอบธรรม นักเรียนจะขอมติ เพื่อเคลื่อนไหวโดยสันติวิธีอีกครั้ง " นายหนึ่งกล่าว
ด้านนายสมัคร ไวยขุนทด ผู้อำนวยการโรงเรียนสุรนารีวิทยา ฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กล่าวว่า เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเสิงสางกว่า 5 ปี จึงรู้จักมักคุ้นกับคณะกรรมการสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งนายไอสูรย์ปิยธร รองผู้อำนวยการซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา หลังเป็นข่าวพยายามติดต่อนายไอสูรย์ปิยธรทางโทรศัพท์มือถือเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อสอบถามไปยังภรรยา ทราบว่านายไอสูรย์ปิยธรเครียดจัด เก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร เมื่อทราบคำสั่งถูกย้ายไปช่วยราชการที่ สพม.31 นม. เดินทางไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่โรงเรียนเพียงลำพัง ต่อมาได้รับข้อความผ่านทางไลน์ส่งให้ภรรยา พร้อมสั่งเสีย บอกลาคนใกล้ชิด จากนั้นได้หายตัวไป สร้างความตกใจเพื่อนครูและญาติพี่น้อง ช่วยกันตามหา
กระทั่งช่วงเย็นวานนี้ นายไอสูรย์ปิยธร เดินทางกลับบ้านพักเองจึงให้เพื่อนครูคนสนิทคอยปลอบใจแนวทางเยียวยา ฟื้นฟูผลกระทบที่เกิดขึ้นรวมทั้งเร่งสร้างบรรยากาศการเรียน การสอนให้กลับมาเหมือนเดิม นัดหมายเชิญคณะกรรมการสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษาและคณะกรรมการนักเรียน มาประชุมหารือ โดยให้พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกเล่าข้อเท็จจริง เพื่อบันทึกถ้อยคำ สอบสวนที่ สพม. 31 นม. จากนั้นเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้อง แสดงความคิดเห็น
7 ข้อร้องเรียนชี้แจงเบื้องต้น เช่น ยกเลิกการเก็บเงินค่าส่งข้อความทางเอสเอ็มเอส และจะนำเงินกว่าแสนบาทมาคืน เพิ่มกล้องวงจรปิดครอบคลุมนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดขัดงบจัดสรร แต่พิจารณาเพิ่มในจุดล่อแหลมและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เงินเบ็ดเตล็ด ตามที่เข้าใจเป็นเบี้ยประกันชีวิต คุ้มครองอุบัติเหตุ เมื่อครบสัญญากรมธรรม์ ผู้เกี่ยวข้องต้องเจรจากับตัวแทนบริษัทประกันชีวิตให้เพิ่มสวัสดิการ การพูดคุยควรมีบรรยากาศที่สร้างสรรค์ ใครมีอะไรคับข้องใจหรือต้องการอะไรให้แจ้งคณะกรรมการ รับทราบ ทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกัน ต้องปรับทัศนคติ เพื่อลดกระแสความขัดแย้งที่ขยายวงลุกลามอย่างต่อเนื่องนายสมัคร กล่าว
