ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงมติถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ นายภูมิ สาระผล และนายมนัส สร้อยพลอย กรณีการทุจริตการระบายข้าวจีทูจีในวันนี้นั้น สนช.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า นายบุญทรงและนายภูมิ มีความผิดจริงในกรณีดังกล่าว เพราะขณะนี้สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่มีความเข้าใจโครงการจำนำข้าวมากขึ้น และมองว่า ป.ป.ช.สามารถชี้แจง โดยอ้างพยานหลักฐานได้อย่างชัดเจนว่า การทำสัญญาซื้อขายข้าวครั้งนี้ไม่ใช่การทำสัญญาแบบจีทูจี
ขณะที่นายบุญทรงและนายภูมิไม่สามารถชี้แจงได้ว่า ข้าวที่ทำสัญญามีการส่งออกนอกประเทศจริงหรือไม่ ทำให้เสียง สนช.ทุกสายเทไปในทิศทางเดียวกันว่า จะลงมติถอดถอนนายบุญทรงและนายภูมิออกจากตำแหน่งโดยคะแนนคาดว่าจะใกล้เคียงหรือมากกว่าคะแนนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่ผ่านมา คือ 190 เสียง
ส่วนกรณีของนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศนั้น ขณะนี้เสียง สนช.ยังมีความเห็นก้ำกึ่งสูสีว่า จะลงมติถอดถอนหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่า นายมนัสไม่ใช่นักการเมือง เป็นเพียงข้าราชการระดับสูงที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล อีกทั้งนายมนัสได้พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศไปแล้ว แม้ ป.ป.ช.จะระบุว่าสามารถถอดถอนได้ และนายมนัสจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม แต่ สนช.บางส่วนยังติดใจ โดยเฉพาะสายข้าราชการด้วยกันรู้สึกเห็นใจและลังเลอยู่
พร้อมยกกรณีที่ ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการถอดถอนคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการ สตง.ออกจากตำแหน่ง ทั้งที่คุณหญิงจารุวรรณก็พ้นจากตำแหน่งไปแล้วเช่นกันมาเทียบเคียง โดยขณะนี้ สนช.สายข้าราชการหลายคน เห็นว่าไม่น่าจะถอดถอนนายมนัสได้ ทั้งนี้คะแนนเสียงตามข้อบังคับการประชุมเสียงถอดถอนต้องใช้เสียง 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด คือ 132 เสียง ซึ่งกรณีของนายมนัสนั้นหาก สนช.มีมติถอดถอนน่าจะเกิน 132 เสียงเล็กน้อยประมาณ 10-15 เสียง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมด้วย