ตำรวจอิตาลีจับกุมชายชาวตูนิเซียที่เป็นกัปตันของเรือบรรทุกผู้อพยพและชาวซีเรียที่เป็นต้นหน โดยทั้งสองคนอยู่ในกลุ่มผู้รอดชีวิต 27 คนจากเรือล่มที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งที่เมืองท่า คาตาเนีย บนเกาะซิซิลีเมื่อเย็นวันจันทร์ ทั้งสองอาจถูกตั้งข้อหาลอบค้ามนุษย์และทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากกรณีที่เรือบรรทุกผู้อพยพอัปปางนอกชายฝั่งลิเบียในทะเลเมดิเตอเรเนียนระหว่างมุ่งหน้าไปยังอิตาลีพร้อมผู้อพยพราว 950 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 800 คน โดยมีรายงานว่าผู้อพยพราว 300 คนติดอยู่ในห้องที่ถูกล็อกไว้บนเรือ
การจับกุมมีขึ้นในขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปหรืออียู ประชุมร่วมกันที่ลักเซมเบิร์กในวันเดียวกัน โดยเปลี่ยนหัวข้อการประชุมเป็นเรื่องการหาทางช่วยเหลือผู้อพยพทางเรือพยายามเดินทางเข้าสู่ยุโรปจนเกิดโศกนาฏกรรมหลายครั้งแทนและเพิ่มรัฐมนตรีมหาดไทยของชาติสมาชิกเข้าร่วมหารือด้วย หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าอียูไม่ได้ให้ความช่วยเหลือมากพอในช่วงที่ผ่านมา
ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันเป็นมาตรการ 10 ข้อที่จะเพิ่มความช่วยเหลือในปฏิบัติการค้นหากู้ภัยในทะเลเมดิเตอเรเนียนและจำกัดการหลั่งไหลของผู้อพยพจากแอฟริกาและตะวันออกกลางที่พยายามล่องเรือเข้าสู่ยุโรป และจะเสนอให้ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอียูที่จัดขึ้นเร่งด่วนในวันนี้เพื่ออนุมัติเห็นชอบ
ภายใต้ข้อตกลงนี้จะมีการขยายขอบเขตและศักยภาพของภารกิจลาดตระเวนน่านน้ำของอียูที่ใช้ชื่อว่า ไทรตัน Triton ภารกิจนี้ถูกนำมาใช้แทนภารกิจค้นหากู้ภัยทางทะเลของอิตาลีที่ต้องระงับเมื่อสิ้นปีที่แล้วเพราะไม่อาจแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงมากตามลำพังได้และอียูไม่ยอมให้การสนับสนุนทางการเงิน
นอกจากนี้อียูจะจับกุมหรือทำลายเรือที่ลักลอบขนส่งผู้อพยพ จัดตั้งศูนย์อำนวยการการขอลี้ภัยในอิตาลีและกรีซเพื่อตรวจสอบเอกสารการขอลี้ภัย และจัดโครงการนำร่องในการรองรับการตั้งถิ่นฐานของผู้อพยพในอียู รวมทั้งจัดตั้งหน่วยงานในต่างแดนเพื่อรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับการหลั่งไหลของผู้อพยพ
ที่ผ่านมาไม่มีชาติใดในอียูอยากแบกรับผู้อพยพ และลังเลที่จะให้เงินสนับสนุนภารกิจค้นหากู้ภัย ที่อาจทำให้มีผู้คนพยายามข้ามทะเลเข้าไปในยุโรปมากขึ้น
นายมาร์ติน ชูลซ์ ประธานรัฐสภายุโรปที่เข้าร่วมประชุม บอกด้วยว่า มันเป็นเรื่องน่าละอายและเป็นความล้มเหลวของหลายชาติที่ละทิ้งความรับผิดชอบและจัดสรรเงินสนับสนุนเพียงน้อยนิดสำหรับภารกิจค้นหากู้ภัย