พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตร. เปิดเผยว่า วันนี้สจล.ได้มอบอำนาจให้ดำเนินการกับ3 อดีตผู้บริหารสจล. ได้แก่นายถวิล พึ่งมา นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ และนายศรุต ราชบุรี โดยเบื้องต้นช่วงเช้าที่ผ่านมานายถวิลเดินทางมาให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทั้งหมด 5 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันลักทรัพย์ ,ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ,เป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ดูแลทรัพย์แต่เบียดเบียนทรัพย์เป็นของตนเอง ,เป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามม.157 และร่วมกันฟอกเงิน ก่อนนำตัวฝากขังยังศาลจังหวัดมีนบุรี
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำนายถวิลเบื้องต้น ยังให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง และจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นชื่อไปตอนไหนบ้าง แต่จากพยานหลักฐานและพฤติกรรมพบพิรุธ
เนื่องจากนายถวิลลงนามเปิดบัญชีสถาบันก่อนที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี รวมทั้งเป็นผู้ปิดบัญชีหลังจากหมดสถานภาพการเป็นอธิการบดีแล้ว และยังทำหนังสือถึงธนาคารพร้อมระบุไม่อนุญาตให้ธนาคารตรวจสอบบัญชี หรือสถานะทางการเงินของสถาบัน นอกจากนี้ยังพบว่านายถวิลมีความสนิทสนมกับนายทรงกลด ศรีประสงค์ หนึ่งในผู้ต้องหา เกินกว่าปกติ เนื่องจากเป็นผู้รับรองความประพฤติให้กับนายทรงกลด ขณะที่ทางธนาคารพบพิรุธในพฤติกรรมและเตรียมจะโยกย้ายนายทรงกลด ในส่วนของลายเซ็นที่มีอำนาจในการโอนเงินของสถาบันนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
พล.ต.ท.ประวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า อดีตผู้บริหารสจล.ทั้ง 3 รายนี้น่าจะเป็นกลุ่มของบอสใหญ่ ที่คอยบงการการกระทำทุกอย่างทั้งนี้เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก แต่ไม่ใช่ระดับผู้บงการ อย่างไรก็ตามได้ประสานทางอัยการเพื่อติดตามจับกุมนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหาคนสำคัญที่เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งหากจับกุมตัวได้ จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทั้งหมด
ทั้งนี้ในส่วนของนายสรรพสิทธิ์ และนายศรุต พนักงานสอบสวนนัดหมายมาสอบปากคำในเวลา 10.00 น. แต่นายสรรพสิทธิ์ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนมาพบในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น.