พายุไซโคลนมาร์เซีย ซึ่งมีความเร็วลม 295 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพัดเข้าสู่ชายฝั่งใกล้เมืองร็อคแฮมตันของรัฐควีนสแลนด์ ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในวันนี้ และพายุลดระดับความรุนแรงจากระดับ 5 เป็นระดับ 4 แล้ว โดยขณะนี้พายุกำลังเคลื่อนตัวไปยังชายฝั่งแคปริคอร์น ใกล้กับอ่าวโชลวอเตอร์ ทางเหนือของเมืองเยปพูน แหล่งเล่นเซิร์ฟเลื่องชื่อของออสเตรเลีย
สำนักงานพยากรณ์อากาศเตือน อิทธิพลของพายุจะทำให้เกิดทะเลแปรปรวน ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ต่ำ และทำให้เกิดคลื่นสูงผิดปกติด้วย นาง อันนัสตาเซีย พาลัสซัค ผู้ว่าการรัฐควีนสแลนด์ แถลงที่เมืองบริสเบน เรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงออกนอกบ้านเพื่อความปลอดภัย และมีรายงานว่า โรงเรียน134 แห่งและศูนย์เลี้ยงเด็ก 43 แห่งปิดการเรียนการสอน ธุรกิจหลายแห่งปิดทำการ และประชาชนอพยพออกจากบ้านเรือนเกือบ 870 หลังในเมืองแยปพูนเนื่องจากเสี่ยงอาจเกิดสตอร์มเสิร์จ นอกจากนี้ประชาชนในเมืองบริสเบนที่ห่างไกลจากเส้นทางพายุ ยังได้รับคำแนะนำให้นำถุงทรายไปวางทำเป็นคันกั้นน้ำ และเก็บข้าวของที่อาจจะปลิวด้วยแรงลมพายุ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐควีนสแลนด์เผชิญพายุรุนแรงหลายลูก รวมทั้งพายุไซโคลนออสวัลด์ ที่มีความรุนแรงระดับ 5 และทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของรัฐ เมื่อปี 2556 สร้างความเสียหายเป็นมูลค่า 977 ล้านดอลล่าร์ออสเตรเลีย หรือราว 25,000 ล้านบาท
นอกจากนี้มีรายงานว่า พายุไซโคลน แลม ที่มีความรุนแรงระดับ 4 พัดขึ้นฝั่งในรัฐนอร์ทเธิร์น เทอริทอรี ด้วยความเร็วลมสูงสุด 110 กม./ชม. และพายุอ่อนกำลังเป็นระดับ 3 หลังจากพัดลึกเข้าไปในแผ่นดินมากขึ้น ซึ่งคาดวาจะลดลงเป็นระดับ 1 ภายในวันนี้
แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงจากพายุทั้งสองลูก เบื้องต้นมีรายงานว่าพายุมาร์เซีย ทำให้บ้านเรือนกว่า 33,000 หลังประสบไฟฟ้าดับ ต้นไม้หักโค่นและบ้านเรือนได้รับความเสียหายเล็กน้อยไม่กี่หลัง