พลเอกประยุทธ์อยู่ระหว่างการเยือนกรุงโตเกียว หลังจากได้รับคำเชิญเป็นครั้งแรกจากญี่ปุ่น หนึ่งในชาติสมาชิกกลุ่ม จี7 นับตั้งแต่ทำการยึดอำนาจเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ถูกคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ให้พ้นจากตำแหน่ง หลังเผชิญการชุมนุมประท้วงต่อต้านตามถนนหลายสายมานานหลายเดือน
นายอาเบะ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกันว่า นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ กำลังพยายามอย่างเต็มที่ ในการฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งญี่ปุ่นได้คาดหวังอย่างยิ่งว่าจะเกิดการปรองดองกันในประเทศไทย และคืนอำนาจการปกครองให้กับพลเรือนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่าไทยกำลังเร่งเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งได้มีการวางแผนจัดการเลือกตั้งภายในปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า และสัญญาว่าจะสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็งขึ้นในประเทศไทย
ผู้นำทั้งสองยังได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบรางในไทย และเห็นพ้องถึงความสำคัญของการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ที่เกี่ยวพันกับ 3 ชาติ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทยและพม่า ซึ่งเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เป็นโครงการท่าเรือน้ำลึกมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ของพม่า ซึ่งจะกลายเป็นประตูออกสู่มหาสมุทรอินเดียและบรรดาตลาดตะวันตกให้กับประเทศไทย
การเยือนญี่ปุ่นของพลเอกประยุทธ์ มีขึ้นในช่วงที่จีนอ้าแขนรับเหล่านายพลของไทย ขณะที่สายสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพันธมิตรเก่าแก่อย่างสหรัฐฯ เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ หลังเกิดการรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว จากการที่สหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์การยึดอำนาจของเหล่านายทหารและเรียกร้องให้คืนอำนาจการปกครองสู่พลเรือน
นอกจากนี้ จีนยังสนับสนุนโครงการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ขนานจากจังหวัดหนองคาย ที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศลาว ไปยังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งจีนหวังว่าทางรถไฟระยะทาง 734 กิโลเมตรเส้นนี้ จะเชื่อมตรงระหว่างเมืองคุณหมิงของจีนกับสิงคโปร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นท่าเรือที่คับคั่งที่สุดเป็นดับที่สองของเอเชีย