เนชั่นทีวี

ข่าว

"ซูจี" ชี้สหรัฐฯ มองปฏิรูปในเมียนมาร์ดีเกินไป

06 พ.ย. 2557 |

"ซูจี" ชี้สหรัฐฯ มองปฏิรูปในเมียนมาร์ดีเกินไป

นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของเมียนมาร์ได้ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ก่อนการมาเยือนของประธานาธิบดีโอบามาในสัปดาห์หน้า โดยระบุว่าสหรัฐฯ กำลังมองกระบวนการปฏิรูปประชาธิปไตยในเมียนมาร์ดีเกินไป

นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของเมียนมาร์ แถลงที่สำนักงานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ในนครย่างกุ้งเมื่อวานนี้ โดยตำหนิว่าหลายครั้งที่รัฐบาลสหรัฐมองในแง่ดีเกินไปต่อความคืบหน้าของการปฏิรูปในเมียนมาร์ เพราะหากดูให้ดีจะรู้ว่ากระบวนการหยุดชะงักตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ดังนั้น เธอจึงขอให้สหรัฐฯคิดให้รอบคอบก่อน
เธอยังระบุอีกว่า เราจำเป็นต้องตระหนักถึงสถานการณ์ที่แท้จริงและตัดสินใจได้ว่าควรจะต้องทำอะไรอีกบ้างเพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยเป็นไปอย่างแท้จริง ซึ่งเธอก็เชื่อมั่นว่า สหรัฐฯจะสนับสนุนกระบวนการนี้ในเมียนมาร์ต่อไปตลอดหลายปีอันยากลำบากที่กำลังจะมาถึง
การออกมาแถลงของนางซูจีมีขึ้นหลังการหารือการเป็นทางการครั้งแรกระหว่างรัฐบาล นายทหารระดับสูง พรรคการเมือง และผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และก่อนที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งเคยเดินทางมาพบซูจีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงเนปิดอว์สัปดาห์หน้า ซึ่งก่อนการมาเยือน ประธานาธิบดีโอบามาก็ได้โทรศัพท์มาหาทั้งประธานาธิบดีเต็งเส่งและนางซูจีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และแสดงความเป็นห่วงเรื่องหนทางสู่ประชาธิปไตย การเลือกตั้ง และเสรีภาพสื่อ
การปฏิรูปทางการเมืองของเมียนมาร์จากการครองอำนาจของรัฐบาลทหารมากว่าครึ่งศตวรรษเป็นระบอบประชาธิปไตยเริ่มต้นเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่มีการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือน ตามมาด้วยการปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี และนักโทษการเมืองอีกหลายร้อยคนเพื่อให้นานาประเทศโดยเฉพาะสหรัฐฯ ยุติการคว่ำบาตรและกลับมาสานความสัมพันธ์ทางการทูต
แต่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดีเต็ง เส่ง กลับไม่ได้ลดอิทธิพลของนายทหารระดับสูงในกองทัพลงแต่อย่างใด ไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ซึ่งยังห้ามนางซูจีลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงปลายปีหน้าอีกด้วย เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้เป็นประธานาธิบดีต้องไม่มีคู่สมรสหรือบุตรที่เป็นชาวต่างชาติ   การเดินทางเยือนเมียนมาร์ของโอบามาเป็นหนึ่งในภารกิจของการเดินทางเยือนต่างประเทศ 7 วัน ที่ประกอบไปด้วยการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่กรุงปักกิ่งของจีนในวันที่ 10-12, การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่เมียนมาร์ในวันที่ 13-14 และปิดท้ายด้วยการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20 ที่ประเทศออสเตรเลียในวันที่ 15-16

ข่าวล่าสุด