เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : ช็อตฟีลระดับโลก! โมดีจี้ "ปูติน" ยุติสงครามยูเครน กลางวงประชุม SCO

01 ก.ย. 2569 | NATESAIY

ARTICLE :  ช็อตฟีลระดับโลก! โมดีจี้ "ปูติน" ยุติสงครามยูเครน กลางวงประชุม SCO

วินาทีชวนอึดอัดระดับโลก เมื่อ "นเรนทรา โมดี" ผู้นำอินเดีย ชงข้อเสนอแสกหน้า "วลาดิมีร์ ปูติน" ให้เปลี่ยนจากสงครามที่ยืดเยื้อไม่รู้จบไปสู่การยุติสงคราม ทำเอาผู้นำรัสเซียถึงกับมีท่าทีอึดอัดและนั่งไม่ติด!

ในระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation - SCO) ณ กรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน ได้เกิดเหตุการณ์การพบปะนอกรอบที่กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งโลก เมื่อนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย ได้บอกให้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ยุติสงครามในยูเครนเพื่อเห็นแก่ความเป็นมนุษย์

สำหรับการประชุม SCO ซึ่งเป็นกลุ่มที่มุ่งมั่นจะเป็นดุลอำนาจกับชาติตะวันตก กำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี โดยมีสมาชิกเริ่มก่อตั้ง ได้แก่ จีน, รัสเซีย, คาซัคสถาน, คีร์กีซสถาน, ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน ก่อนจะมีการขยายสมาชิกเพิ่มในภายหลัง ได้แก่ ปากีสถาน, อินเดีย, อิหร่าน และเบลารุส

 

🔵 [วินาทีอึดอัด: คำเตือนจาก "ดินแดนแห่งคานธี"]


เวทีการประชุมสุดยอดครั้งนี้มีการพูดคุยกันในหลายประเด็นหลัก ทั้งความไม่แน่นอนของระเบียบโลก สงครามความขัดแย้ง และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่จุดพีกเกิดขึ้นเมื่อผู้นำอินเดียหยิบยกประเด็นสงครามขึ้นมาหารือนอกรอบ โดยกล่าวว่า "เราจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากสงครามที่ยืดเยื้อไม่รู้จบไปสู่การยุติสงคราม"
.
คำพูดดังกล่าวทำให้ปูตินมีท่าทีอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดและไม่สบตากับโมดี ปฏิกิริยายิ่งทวีความตึงเครียดเมื่อปูตินแสดงสีหน้าเคร่งขรึม ถอดหูฟังสำหรับฟังคำแปลออกอย่างกระแทกกระทั้น ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเจือความไม่พอใจว่า "ขอบคุณมากครับท่านนายกรัฐมนตรี เรากำลังมุ่งไปในทิศทางนั้น"

บรรยากาศอันอึดอัดนี้เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เมื่อวันจันทร์ (31 สิงหาคม) โมดีในวัย 75 ปี เลือกที่จะสื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับปูตินวัย 73 ปี ถึงสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปีครึ่งว่า:



"ทุกวันที่สงครามดำเนินอยู่ คือการฉุดรั้งมนุษยชาติให้ถอยหลัง ในขณะที่ทุกย่างก้าวสู่สันติภาพ จะช่วยเติมเต็มความหวัง และพลังใจครั้งใหม่ให้กับมวลมนุษยชาติ... การหาทางออกอย่างสันติสำหรับทุกประเด็นปัญหาโดยเร็วที่สุด คือเสียงเรียกร้องของมนุษยชาติ และนี่คือสารจากอินเดีย ดินแดนแห่งคานธีและพระพุทธเจ้าต่างมีสารเพียงประการเดียวร่วมกัน นั่นคือหนทางแห่งสันติภาพ"



อย่างไรก็ตาม บรรยากาศนี้ช่างตรงข้ามกับตอนที่ปูตินพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน พันธมิตรที่ดูเหมือนจะไม่ก้าวล่วงในเรื่องนี้ โดยทำเนียบเครมลินระบุว่ามีการหารือเรื่องยูเครนกับจีนเช่นกัน แต่ไม่ใช่หัวข้อหลักของการประชุม
 


🔵 [ความจริงในสนามรบ: ไม่มีสัญญาณประนีประนอม]


แม้เวทีการทูตจะเรียกร้องสันติภาพ แต่บนพื้นที่จริงในยูเครนกลับแทบไม่มีสัญญาณว่าปูตินจะขยับเข้าใกล้การยุติความขัดแย้ง ในทางตรงข้าม รัสเซียกลับยกระดับการโจมตีอย่างหนักหน่วงทั่วประเทศ รวมถึงการทำลายคลังเก็บอาหาร ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนสินค้าอย่างน่ากังวลจนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตว่างเปล่า
.
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ปูตินได้ปราศรัยระบุว่า ยูเครนกำลังเปิด "กล่องแพนโดร่า" พร้อมขู่ว่าจะเกิด "ผลกระทบย้อนกลับ ในภาคส่วนที่เปราะบางที่สุดของเศรษฐกิจของยูเครน" นอกจากนี้ เขายังยืนยันต่อพรรครัฐบาล United Russia เพื่อปฏิเสธกระแสข่าวลือยุติสงครามว่า "ปฏิบัติการพิเศษทางทหารยังคงดำเนินต่อไป เราจะเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"

🔵 [สถิติความสูญเสีย และ แรงกดดันจากภายใน]


สงครามที่ดำเนินอยู่ทำให้ประชาชนชาวรัสเซียต้องแบกรับผลกระทบหนักหน่วง ทั้งจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนอย่างไม่หยุดหย่อน การจำกัดการใช้อินเทอร์เน็ต และภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา

สื่อนิตยสาร The Economist รายงานว่า ความไม่พอใจกำลังทวีความรุนแรงขึ้นในหมู่ชนชั้นนำของรัสเซีย แหล่งข่าววงในระบุว่าคนกลุ่มนี้หงุดหงิดกับความยืดเยื้อของความขัดแย้ง ขณะที่แหล่งข่าวจากเครมลินเปิดเผยว่า ปูตินตัดสินใจยกระดับความรุนแรง เพราะเกรงว่าจะเผชิญกระแสต่อต้านจากประชาชนหากยุติความขัดแย้งโดยไม่สามารถประกาศชัยชนะได้ ปูตินเชื่อว่าเขาอาจตกอยู่ในความเสี่ยงหากไม่บรรลุเป้าหมายขั้นต่ำ (การยึดครองภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด) โดยถึงกับเอ่ยปากว่า "พวกเขาจะแขวนคอผม"

ขณะเดียวกัน ตัวเลขความสูญเสียทางทหารก็พุ่งสูงจนน่าตกใจ ข้อมูลจากศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (CSIS) เผยให้เห็นสถิติดังนี้
▪️ ความสูญเสียรวม: รัสเซียสูญเสียในสนามรบประมาณ 1.4 ล้านคน (รวมผู้เสียชีวิตมากถึง 450,000 คน) นับตั้งแต่เริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022
▪️ วิกฤตกำลังพลปี 2026: ทหารเสียชีวิตหรือบาดเจ็บมากกว่า 30,000 นาย/เดือน ขณะที่เกณฑ์ทหารใหม่ได้เพียงประมาณ 27,000 นาย/เดือน
▪️ สัดส่วนการเสียชีวิต (Kill Ratio): ปัจจุบัน ยูเครนเสียชีวิต 1 ราย ต่อ รัสเซียเกือบ 8 ราย (เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นสงครามที่อยู่ที่ 1 ต่อ 2 หรือ 3) ความไม่สมดุลนี้เกิดจากการที่ยูเครนใช้โดรนและอาวุธปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างแพร่หลาย


🔵 [เกมตาต่อตา ฟันต่อฟัน ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน]


กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศกร้าวผ่าน Telegram ว่า "กองกำลังรัสเซียได้เริ่มเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ ต่อสิ่งอำนวยความสะดวกในภาคพลังงานของยูเครน เพื่อตอบโต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลยูเครน ที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงโรงงานและระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านน้ำมันและพลังงานของรัสเซีย"

ภาพจำอันโหดร้ายในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาคือ รัสเซียระดมโจมตีโรงไฟฟ้าของยูเครนจนพังพินาศ ประชาชนหลายล้านต้องเผชิญความหนาวเหน็บและมืดมิดในอุณหภูมิติดลบ ตลอดหลายเดือนมานี้ ทั้งสองฝ่ายต่างยกระดับการโจมตีระยะไกล มุ่งเป้าไปที่โกดังสินค้า สถานประกอบการ คลังน้ำมัน ท่าเรือ และเรือขนส่ง ส่งผลให้พลเรือนบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ล่าสุด กองทัพรัสเซียโจมตีโรงงานผลิตแร่ใยหินและซีเมนต์ในกรุงเคียฟ (โดยอ้างว่าใช้เป็นที่เก็บวัตถุระเบิด) รวมถึงโรงงานผลิตโดรน และคลังกระสุนย่านชานเมืองเคียฟ ก่อให้เกิดระเบิดครั้งใหญ่ คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 37 ราย ส่วนฝั่งยูเครนก็ตอบโต้ด้วยโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซียจนเกิดเพลิงไหม้รุนแรง

การตอบโต้กันไปมานี้ ทำให้ความหวังที่จะเห็นสงครามยุติลงอย่างสันติในอนาคตอันใกล้ ยังคงเป็นภาพที่ลางเลือน และมีแนวโน้มว่าจะทวีความรุนแรง นำไปสู่ความเสียหายที่ยากจะประเมินค่าได้ต่อไป

ข่าวล่าสุด