STORY : สะพัด! เปิดดีล "สส.งูเห่า" (สีเขียว) เทเสียงให้ภูมิใจไทย ย้อนรอยที่มาคำนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
26 ก.พ. 2569
กว่า 27 ปีที่ผ่านมา "งูเห่า" ยังคงเป็นคำที่น่ากลัวที่สุดในพจนานุกรมการเมืองไทย — แล้วครั้งนี้ใครกันแน่คือ "งู" และใครคือ "ชาวนา"?
Nation Story
26 ก.พ. 2569
กว่า 27 ปีที่ผ่านมา "งูเห่า" ยังคงเป็นคำที่น่ากลัวที่สุดในพจนานุกรมการเมืองไทย — แล้วครั้งนี้ใครกันแน่คือ "งู" และใครคือ "ชาวนา"?
ไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจาก กกต. เริ่มรับรองผลเลือกตั้ง สส. 2569 กระแสข่าวใหญ่ก็สั่นสะเทือนฝั่งพรรคกล้าธรรม เมื่อมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยเปิดดีลดึง สส. 9 คน ออกจากอ้อมแขน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
กลยุทธ์นี้เหมือนเป็นการ "ตีท้ายครัว" เพื่อนรัก และนำมาซึ่งคำถามที่หลายคนอยากรู้ว่า ใน 9 คนนั้น จะถูกเรียกว่า "งูเห่า" หรือไม่?
🔵 [ดีลที่สั่นสะเทือนพรรคกล้าธรรม]
หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมได้ที่นั่งในสภา 58 เสียง ซึ่งแม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่มากนัก แต่ก็มีน้ำหนักพอให้เป็น "ไม้ต่อรอง" บนโต๊ะจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสต้องการรักษาโควตาเดิมไว้ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ตนดูแลอยู่
แต่ฝั่งภูมิใจไทยกลับมองต่างออกไป รายงานข่าวระบุว่าพรรคน้ำเงินต้องการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อกำกับนโยบายเกษตรให้สอดคล้องกับพาณิชย์ โดยไม่มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัสใน ครม. ชุดใหม่
ล่าสุดหลังการเปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ และพรรคโอกาสใหม่ เมื่อเช้าวันที่ 26 ก.พ. มีรายงานว่าพรรคภูมิใจไทยจะปิดดีลพรรคร่วมรัฐบาลไว้ที่ 292 เสียง และมีกระแสข่าวว่าภูมิใจไทยเลือกเดินเกมข้ามขั้น ด้วยการเปิดดีลโดยตรงกับ สส.กลุ่มในพรรคกล้าธรรม ซึ่งกลุ่มที่ถูกจับตามองคือก๊วนของเสี่ยต่อ-เฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายกชาย-เดชอิศม์ ขาวทอง จำนวน 9 คน แต่ล่าสุด บุคคลที่ถูกระบุชื่อเริ่มทยอยออกมาปฏิเสธแล้ว
สิรภพ สมผล สส.สกลนคร เขต 1 บอกว่า ไม่รู้ข่าวมาจากไหน เชื่อว่าเป็นการหยั่งกระแส เต้าข่าวเพื่อหวังผลทางการเมือง ยืนยันไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็จะอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส เหมือนเดิม ไม่เนรคุณแน่นอน
วงศ์อะเคื้อ บุญศล สส.สกลนคร เขต 5 อีกหนึ่งคนที่ถูกระบุในรายชื่อ ก็ออกมาปฏิเสธเช่นกัน พร้อมบอกว่าได้แจ้งให้ ร.อ.ธรรมนัส แล้ว ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้ติดใจ แถมหัวเราะกับกระแสข่าวดังกล่าว เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริง
ด้านนายกฯ อนุทิน ก็ยังคงปิดวาจาในเรื่องนี้ บอกให้รอการรับรองผลจาก กกต. เสร็จสิ้นก่อน และย้ำอีกครั้งว่า "ยังไม่ได้เปิด(ดีล)อะไรเลย จะปิดอะไรล่ะ" ก่อนจะชิ่งหนีนักข่าวไป
🔵 [จากนิทานอีสปสู่คำด่าทางการเมือง: กำเนิด "งูเห่า" ในปี 2540]
เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมคำนี้ถึงร้อนแรงนัก ต้องย้อนไปเกือบ 3 ทศวรรษ
ปลายปี 2540 สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยขณะนั้น กำลังเผชิญกับความช็อคทางการเมือง เมื่อ สส.กลุ่มปากน้ำ 12-13 คน ภายใต้การนำของ วัฒนา อัศวเหม ซึ่งพรรคเพิ่งรับเข้ามาจากพรรคชาติไทย กลับโหวตสนับสนุน ชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี แทนที่จะโหวตให้ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ตามมติพรรค
ผลคือ สมัครต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่กลุ่มปากน้ำได้นั่งร่วมรัฐบาล
ด้วยความโกรธและรู้สึกถูกทรยศ สมัครจึงเปรียบตัวเองเป็น "ชาวนาในนิทานอีสป" ที่เก็บงูเห่าที่กำลังจะตายจากความหนาวมาอุ้มไว้ในอก ให้ความอบอุ่นและที่พักพิง แต่สุดท้ายงูเห่าตัวนั้นกลับฉกชาวนาตาย
"งูเห่า" ในนิยามของฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า หมายถึง สส. ที่ลงมติขัด ฝืน หรือแย้งกับมติของพรรคการเมืองที่ตนสังกัด เพื่อรับผลประโยชน์จากฝ่ายที่ตนโหวตให้
คำนี้จึงถูกบัญญัติขึ้นในปีปลาย 2540 และฝังรากลึกในพจนานุกรมการเมืองไทยมาจนถึงวันนี้
🔵 [งูเห่าทุกยุค: จาก 2540 ถึง 2569]
นับจากวันนั้น คำว่างูเห่าถูกหยิบขึ้นมาใช้อีกหลายครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ในสภาชุดที่ 25 (ปี 2562-2566) มีรายงานว่า สส.พรรคฝ่ายค้านหลายคนโหวตสวนมติพรรคในวาระสำคัญ ทั้งกรณีพระราชบัญญัติงบประมาณ และการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จนพรรคเพื่อไทยออกมาประณามว่าเป็น "Money Politic ที่ทำให้ระบบรัฐสภาถอยหลังไป 40 ปี"
ในสภาชุดที่ 26 (ปี 2566-2568) ก็เกิดปรากฏการณ์ "งูเห่า" หลายครั้ง ทั้งกลุ่ม สส.ประชาธิปัตย์ 16 เสียง โหวตเห็นชอบให้ เศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี กรณีของ กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน (ในขณะนั้น) ขอยุติบทบาททางการเมืองกับพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม
และกรณีของ ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย (ในขณะนั้น) ประกาศนำ 10 สส. โหวตหนุนอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี
และหากย้อนไปเมื่อคราวโหวตนายกฯ แพทองธาร ต้นปี 2568 ร.อ.ธรรมนัส ยังเคยออกมาพูดว่า "อย่าเรียกงูเห่า" กับ สส.ฝ่ายค้านที่โหวตหนุนนายกฯ แต่ขอให้เรียกว่า "เพื่อนร่วมอุดมการณ์"
🔵 [สรุปแล้ว...ใครเป็น "งูเห่า" ในครั้งนี้?]
ด้วยเกมคณิตศาสตร์จากผลเลือกตั้งที่ออกมา ทำให้คราวนี้ภูมิใจไทยต้องคิดอย่างถี่ถ้วน เพราะนอกจากเสถียรภาพของรัฐบาลแล้ว ยังต้องหยุดยั้งการเติบโตของพรรคคู่แข่งที่แม้จะเคยร่วมรัฐบาลด้วย
ณ วันที่ 26 ก.พ. 69 พรรคภูมิใจไทยรวมเสียงได้แล้ว 292 เสียง ประกอบด้วยภูมิใจไทย 192 เสียง, เพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กอีกหลายพรรค ยังไม่รวมพรรคกล้าธรรม 58 เสียงที่ยังรอการตัดสินใจ (หรือตัดสินใจไปแล้วก็ไม่รู้)
หากสามารถดึง 9 สส.ออกมาได้สำเร็จ ตัวเลขก็จะทะลุ 300 เสียงอย่างสบาย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลอนุทิน 2 มีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ต้องพึ่งพิง "ผู้กอง" แต่ข่าวนี้จะจริงหรือเท็จ อีกไม่นานคงได้เห็นกัน
เกือบ 30 ปีที่ผ่านมา การเมืองไทยยังคงหมุนวนในวังวนเดิม ระหว่าง "ผลประโยชน์ส่วนตัว" กับ "วินัยพรรค-อุดมการณ์" และคำว่า "งูเห่า" ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะล้าสมัยในเร็ววันนี้
แล้วเราทุกคนควรทำอย่างไร เพื่อหยุดยั้งวงจรเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก
