รวมเทคนิค ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ปี 2569 ให้คุ้ม เซฟค่าใช้จ่ายระยะยาว
04 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ปี 2569 อย่างไรให้คุ้ม? รวมเทคนิคการเลือกที่อยู่อาศัยยุคใหม่ ที่ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในระยะยาว
Business
04 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ปี 2569 อย่างไรให้คุ้ม? รวมเทคนิคการเลือกที่อยู่อาศัยยุคใหม่ ที่ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในระยะยาว
KEY
POINTS
การซื้อบ้านสักหลังหรือคอนโดมิเนียมสักห้อง ถือเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ของชีวิต ที่หลายคนมักให้ความสำคัญกับราคาซื้อหรือโปรโมชั่นเป็นอันดับแรก แต่นั่นคือสิ่งจูงใจเพื่อให้คนอยากมีบ้านหรือคอนโดฯหันมาสนใจเป็นอันดับแรก ขณะที่ในความเป็นจริง “ต้นทุนการอยู่อาศัย” ไม่ได้จบแค่วันที่โอนกรรมสิทธิ์ เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกมากที่ต้องจ่ายตลอดหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง และดอกเบี้ยเงินกู้
ดังนั้น หากต้องการซื้อบ้านหรือซื้อคอนโดฯให้คุ้มค่าในปี 2569 ผู้ซื้อควรมองให้ไกลกว่าราคาหน้าสัญญา และเลือกโครงการที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ด้วย
1. เลือกทำเลที่ช่วยประหยัดค่าเดินทาง ไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อบ้านและคอนโดฯที่ไหน อย่าลืมนึกถึงระยะทางและระยะเวลาในการเดินทางวันละหลายชั่วโมง เพราะนั่นหมายถึงค่าน้ำมันที่ต้องจ่ายหรือค่าโดยสารเดือนละหลายพันบาท และหากเป็นช่วงที่น้ำมันแพงหรือน้ำมันขาดแคลนจะยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เมื่อรวมตลอด 20-30 ปี อาจมีต้นทุนสูงกว่าบ้านที่อยู่ใกล้ที่ทำงานหลายเท่า
การเดินทางที่สะดวกช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพชีวิต
2. อย่าดูแค่ราคาขาย ต้องดู “ค่าใช้จ่ายรายเดือน”
บ้านหรือคอนโดฯราคาถูก อาจมีค่าส่วนกลางสูง หรือมีค่าใช้จ่ายแฝงจำนวนมาก ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบดังนี้
หากค่าส่วนกลางสูงเกินความจำเป็น จะกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวทันที
3. เลือกบ้านประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟทุกเดือน บ้านยุคใหม่หลายโครงการเริ่มออกแบบให้รองรับการประหยัดพลังงาน เช่น
แม้ราคาซื้ออาจสูงขึ้นเล็กน้อย แต่สามารถช่วยลดค่าไฟได้ต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน
4. ตรวจสอบคุณภาพวัสดุก่อสร้าง วัสดุที่มีคุณภาพดีช่วยลดค่าซ่อมแซมในอนาคต เช่น
หากเลือกบ้านที่ใช้วัสดุคุณภาพต่ำ อาจต้องเสียค่าซ่อมหลายหมื่นบาทภายในไม่กี่ปี
5. เลือกโครงการจากผู้พัฒนาที่มีความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการมีผลต่อคุณภาพงานก่อสร้าง การดูแลหลังการขาย และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ผู้ซื้อควรศึกษาประวัติผลงานที่ผ่านมา และตรวจสอบการรับประกันงานก่อสร้างก่อนตัดสินใจ
6. อย่ากู้เกินกำลัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำว่า ภาระผ่อนบ้านไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้ยังมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินออม และเงินสำรองยามฉุกเฉิน การกู้เต็มวงเงินอาจทำให้มีภาระดอกเบี้ยสูงและเสี่ยงต่อปัญหาทางการเงินในอนาคต
7. เปรียบเทียบดอกเบี้ยสินเชื่อจากหลายธนาคาร อัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันเพียง 0.5-1% อาจทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหลายแสนบาทตลอดอายุสัญญา โดยก่อนยื่นกู้ ควรเปรียบเทียบ ดังนี้
8. เลือกพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะกับการใช้ชีวิต ไม่จำเป็นต้องซื้อบ้านหลังใหญ่ที่สุด แต่ควรเลือกขนาดที่เหมาะกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว เพราะบ้านที่มีพื้นที่มากเกินไปจะมีค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาสูงขึ้น
9. คำนึงถึงศักยภาพการเติบโตของทำเล การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กำลังพัฒนา เช่น ใกล้รถไฟฟ้าสายใหม่ ศูนย์การค้า หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต หากต้องการขายต่อหรือปล่อยเช่า
10. เตรียมเงินสำรองก่อนซื้อ นอกจากเงินดาวน์แล้ว ผู้ซื้อควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น
การมีสภาพคล่องทางการเงินจะช่วยลดความเสี่ยงหากเกิดเหตุไม่คาดคิด
ดังนั้น การวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโดฯในปัจจุบัน ไม่ควรพิจารณาเพียงราคาขายหรือโปรโมชั่นเท่านั้น แต่ควรมองถึง “ต้นทุนการอยู่อาศัยตลอดอายุการใช้งาน” ในระยะยาว ทั้งค่าเดินทาง ค่าส่วนกลาง ค่าสาธารณูปโภค ค่าซ่อมบำรุง และภาระดอกเบี้ยเงินกู้ หากวางแผนอย่างรอบคอบ เลือกทำเลที่เหมาะสม ใช้วัสดุคุณภาพดี และกู้เท่าที่จำเป็น ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว พร้อมทำให้บ้านหรือคอนโดฯกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างความมั่นคงและเพิ่มมูลค่าในอนาคตได้ด้วย
เช่นเดียวกับ บ้านชาวไทย ที่สนับสนุนคุณภาพชีวิต เพื่อการอยู่อาศัย บ้านที่ตอบโจทย์การวางแผนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว โดย บ้านชาวไทย มี 2 โครงการ ประกอบด้วย
1. โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ (ดีโค้ด) ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า ถอดรหัสคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่พื้นที่รวมคอมมูนิตี้มอลล์ คอนโดมิเนียม และคลับเฮ้าส์ไว้ด้วยกันอย่างสมดุล ออกแบบด้วยแนวคิด “DECODE The Good Life” ถอดรหัสความต้องการของคนอยากมีบ้านสร้างโอกาส สู่บ้านหลังแรกของทุกคน
2. โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ดีคราฟต์) ใกล้สถานศึกษา โรงงาน บริษัทห้างร้านจำนวนมาก สร้างคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่ ผสมผสานพื้นที่หลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้การใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อน สามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่เดียวอย่างลงตัว
ทั้งนี้ ในส่วนของ โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์ (ดีโค้ด) บ้านชาวไทย ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 จะเปิดให้ผู้ที่ได้การจัดสรรสิทธิ D:CODE ศรีนครินทร์ เข้ามาเซ็นใบจองสิทธิ ได้ 2 สถานที่
1. BTS Visionary Park ฝั่ง North ชั้น 1 (Lobby)
วันจันทร์ - ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 18.00 น.
2. Sales Gallery D:CODE ศรีนครินทร์
เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.30 - 20.00 น.
ส่วน โครงการ D:CRAFT คลองหลวง (ดีคราฟต์) จะใช้วิธีการจัดสรรสิทธิ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.baan-chaothai.com/