20 นัด 20 ประตู “เอ็มบัปเป้” ว่าที่ราชันแห่งฟุตบอลโลก
11 ก.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

20 นัด 20 ประตู...นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการถือกำเนิดของตำนาน
Nation Story
11 ก.ค. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

20 นัด 20 ประตู...นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการถือกำเนิดของตำนาน
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยิงครบ 20 ประตูจากการเล่นฟุตบอลโลกเพียง 20 นัด ไล่จี้สถิติของ ลิโอเนล เมสซี่ แบบหายใจรดต้นคอ และยังมีโอกาสไล่ล่าสถิติแชมป์โลก 3 สมัยของ เปเล่ อีกด้วย
คำถามที่ครั้งหนึ่งเคยดูไกลเกินจริง วันนี้กลับถูกหยิบมาพูดอย่างจริงจัง…
หรือเรา...กำลังเห็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกต่อหน้าต่อตา?
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่อาจเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกไปตลอดกาล หลังยิงประตูช่วยทีมชาติฝรั่งเศสเอาชนะโมร็อกโก 2-0 พร้อมสร้างสถิติอันน่าเหลือเชื่อด้วยการยิงครบ 20 ประตูจากการลงสนามฟุตบอลโลกเพียง 20 นัด กลายเป็นอัตราการทำประตูที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน และยิ่งตอกย้ำว่าเขาคือทายาทตัวจริงในการทำลายทุกสถิติบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอล
ประตูล่าสุดยังทำให้เอ็มบัปเป้ไล่จี้สถิติของ ลิโอเนล เมสซี่ อย่างต่อเนื่อง โดยดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกด้วยผลงาน 21 ประตูจากการลงเล่น 31 นัด แม้เมสซี่อาจยังรักษาสถิตินี้ไว้ได้จนจบทัวร์นาเมนต์ แต่จากอายุและเส้นทางอาชีพของเอ็มบัปเป้ หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนที่ชื่อของกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสจะก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดแทน
เส้นทางการล่าประตูของเอ็มบัปเป้ในฟุตบอลโลกเริ่มต้นตั้งแต่ศึกปี 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งเขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวด้วยการยิง 4 ประตู พร้อมพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกด้วยชัยชนะเหนือโครเอเชีย 4-2 ในรอบชิงชนะเลิศ
สี่ปีต่อมาในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ เอ็มบัปเป้ยกระดับผลงานขึ้นไปอีกขั้น เมื่อระเบิดฟอร์มยิงถึง 8 ประตู รวมถึงการทำแฮตทริกในรอบชิงชนะเลิศกับอาร์เจนตินา แม้ฝรั่งเศสจะพ่ายในการดวลจุดโทษ แต่ผลงานส่วนตัวของเขากลายเป็นหนึ่งในการแสดงฝีเท้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
มาถึงฟุตบอลโลก 2026 ดาวยิงวัย 27 ปี ยังคงรักษามาตรฐานระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยทำไปแล้ว 8 ประตูจากการแข่งขันครั้งนี้ เทียบเท่ากับเมสซี่ และทั้งคู่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างสูสีในการแย่งตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์
แม้เอ็มบัปเป้จะไม่ได้ยิงประตูในทุกนัดของฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่ผลงานโดยรวมยังคงโดดเด่นอย่างมาก เกมที่ฝรั่งเศสเอาชนะนอร์เวย์ 4-1 เขาไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่กลับสร้างสรรค์เกมด้วยการจ่ายให้เพื่อนทำประตูถึง 2 ครั้ง
จนถึงเวลานี้ เอ็มบัปเป้ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 3 ครั้งในฟุตบอลโลก 2026 และรวมทั้งหมดเป็น 6 แอสซิสต์จากการเล่นฟุตบอลโลก 20 นัด มากกว่าผลงานของเมสซี่ในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้อยู่ 2 แอสซิสต์
ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขการทำประตูของเอ็มบัปเป้อาจสูงกว่านี้อีก หากเขาไม่พลาดจุดโทษในเกมกับโมร็อกโก ซึ่งหมายความว่าเขามีโอกาสสร้างสถิติที่น่าทึ่งยิ่งกว่าเดิม
ความยิ่งใหญ่ของเอ็มบัปเป้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่เป็นผลจากการเป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสชุดที่แข็งแกร่งที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์
ชัยชนะเหนือโมร็อกโกทำให้ "ตราไก่" มีโอกาสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่สามติดต่อกัน หลังจากเข้าชิงในปี 2018 และ 2022
หากทำได้สำเร็จ ฝรั่งเศสจะกลายเป็นเพียงชาติที่สามในประวัติศาสตร์ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 3 ครั้งติดต่อกัน ต่อจากเยอรมนีที่ทำได้ระหว่างปี 1982-1990 และบราซิลในช่วงปี 1994-2002 โดยเยอรมนีคว้าแชมป์ได้ 1 สมัย ส่วนบราซิลคว้าแชมป์ได้ถึง 2 สมัย
หากฝรั่งเศสก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกอีกครั้ง เอ็มบัปเป้ก็จะคว้าแชมป์โลกสมัยที่สองของตัวเอง ซึ่งจะยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับสถานะของเขาในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนัง
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของเอ็มบัปเป้อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลโลก เพราะอีกหนึ่งสถิติที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นยังรออยู่
จนถึงปัจจุบัน มีนักเตะหลายคนที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ 2 สมัย แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถชูถ้วยแชมป์ได้ถึง 3 ครั้ง นั่นคือ เปเล่ ตำนานลูกหนังชาวบราซิล ผู้สร้างมาตรฐานที่ไม่มีใครแตะต้องมานานหลายสิบปี
ด้วยวัยเพียง 27 ปี เอ็มบัปเป้ยังมีเวลาเหลือสำหรับการลงเล่นฟุตบอลโลกอีกอย่างน้อย 1-2 ครั้ง หากยังรักษาสภาพร่างกายและมาตรฐานการเล่นเอาไว้ได้ ประกอบกับศักยภาพของทีมชาติฝรั่งเศสที่ยังเต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก โอกาสที่เขาจะคว้าแชมป์โลกเพิ่มอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งจึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง
หากวันนั้นมาถึง และเอ็มบัปเป้สามารถทั้งทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาล พร้อมกับทาบหรือแซงสถิติแชมป์โลก 3 สมัยของเปเล่ได้สำเร็จ การถกเถียงว่าใครคือ "นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเวทีฟุตบอลโลก" อาจสิ้นสุดลงทันที เพราะชื่อของคีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะถูกจารึกไว้ในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรายการนี้อย่างไร้ข้อกังขา