เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : ปริศนา! เครื่องบินชนตึกปักกิ่ง สะท้อน “จีน” คุมเข้มข้อมูลข่าวสาร

28 มิ.ย. 2569 | กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ

OPINION : ปริศนา! เครื่องบินชนตึกปักกิ่ง สะท้อน “จีน” คุมเข้มข้อมูลข่าวสาร

ถ้าใครเคยเดินทางไปประเทศจีน สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นไปทั่วทุกที่โดยเฉพาะในกรุงปักกิ่งก็คือ “กล้องวงจรปิด” อย่างเฉพาะในเมืองหลวงก็มีกว่า 1.1 ล้านตัว มากที่สุดในโลก หรือเฉลี่ย 278 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร หรือเฉลี่ย 40-56 ตัวต่อประชากร 1,000 คน เพราะฉะนั้นคนทั่วไปก็คงไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ใดที่จะสามารถเล็ดรอดสายตาของหน่วยงานความมั่นคงจีนไปได้

จนกระทั่งวันศุกร์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องตกใจ เมื่อเครื่องบินเล็กได้พุ่งชนตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง โดยคลิปของเศษซากเครื่องบินที่กระจัดกระจายร่วงหล่นจากบนท้องฟ้าได้ถูกแชร์ในโซเชียลมีเดียทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แต่ในประเทศจีนเอง ข่าวสารและข้อมูลที่ออกมากลับถูกเปิดเผยอย่างคลุมเครือ เต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ


 
🔵 [อุบัติเหตุหรือตั้งใจ?]


 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.55 น. ของวันศุกร์ที่ผ่านมา เครื่องบินขนาดเบาแบบเครื่องยนต์เดี่ยว 2 ที่นั่งพุ่งชนตึก “ซิติก ทาวเวอร์” สูง 527 เมตร โดยวันเสาร์ทางการจีนได้ออกมายืนยันว่านักบินซึ่งเป็นบุคคลเพียงคนเดียวบนเครื่องได้เสียชีวิตแล้ว และมีผู้บาดเจ็บอีก 13 ราย โดยเป็นผู้ที่อยู่ด้านล่างและถูกชิ้นส่วนเครื่องบินและเศษอาคารตกใส่ ขณะที่ตัวอาคารมีแผ่นกระจกขนาดใหญ่ 2 แผ่นหลุดออกมาซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำแผ่นไม้มาปิดชั่วคราวแล้ว

เว็บไซต์ Flightradar24 ระบุว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นรุ่น Sunward SA60L Aurora สามารถทำความเร็วสูงสุดในการบินปกติ 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เลขทะเบียน B-12PP บินขึ้นจากสนามบินในเขตผิงกู่ ชานกรุงปักกิ่ง ห่างจากซิติก ทาวเวอร์ออกไปราว 50 กิโลเมตร แต่แทนที่จะบินกลับไปจอดที่สนามบิน เครื่องกลับมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเข้าสู่เขตใจกลางเมืองซึ่งเป็นเขตห้ามบิน ก่อนที่สัญญาณระบุพิกัดของเครื่องบินจะถูกปิดหรือหยุดทำงานระหว่างช่วงถนนวงแหวนสายที่ 4 และสายที่ 5 ห่างจากซิติก ทาวเวอร์เพียง 6.5 กิโลเมตรเท่านั้น

ในขณะที่จุดเกิดเหตุยังอยู่ในย่านการเงิน ห่างจาก “จงหนานไห่” ที่เปรียบเสมือนทำเนียบรัฐบาลจีนและจัตุรัสเทียนอันเหมินไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น และยังอยู่ใกล้กับสถานทูตของหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรและเวียดนาม บริษัทด้านการเงินระดับโลก ธนาคารโลก และสำนักข่าว CCTV ด้วย

🔵 [ใครขับเครื่องบิน?]


เป็นที่น่าสังเกตว่าข้อมูลที่ทางการจีนเผยแพร่ออกมาแทบไม่ได้ลงรายละเอียดว่าคนขับเครื่องบินเป็นใครมาจากไหนและสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ โดยรายงานระบุเพียงว่ากำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวเท่านั้น

ในอีกด้านหนึ่งมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นรถยนต์ Buick Enclave CXL คันหนึ่งที่สนามบินซึ่งจดทะเบียนในชื่อ “หลิว จุ้นหวา” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับที่ถูกพูดถึงในสังคมออนไลน์ แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นคนเดียวกับ หลิว จุ้นหวา ที่เป็นผู้บริหารบริษัทลูกของธนาคาร China Citic Bank หรือไม่

ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ Citic Wealth ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Citic ได้ออกแถลงการณ์อ้างความเห็นของพนักงานที่ชื่อ “หลิว จุ้นหวา” โดยเป็นความเห็นเกี่ยวกับการธนาคาร เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการบริหารความมั่งคั่ง แต่ช่วงเวลาของการออกแถลงการณ์ทำให้มีการเชื่อมโยงว่า ทางธนาคารกำลังส่งสัญญาณปฏิเสธว่าพนักงานของบริษัทไม่ใช่ผู้ขับเครื่องบินหรือไม่

ด้านสำนักข่าวเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ได้ติดต่อไปที่บริษัทเจ้าของเครื่องบิน นั่นคือ “โรงเรียนการบินอีสเทิร์นไพโอเนียร์” ซึ่งให้บริการเที่ยวบินชมวิวระดับต่ำ ฝึกบินภาคปฏิบัติ และฝึกอบรมด้านการบิน ปรากฎว่าหญิงที่รับสายยืนยันว่า นักบินไม่ใช่นักเรียนฝึกบินของโรงเรียน และเครื่องบินก็ไม่สามารถบินไกลถึงตัวเมืองชั้นในของกรุงปักกิ่งได้

🔵 [จีนคุมเข้ม “ข้อมูลข่าวสาร”]


นับตั้งแต่เกิดเหตุตำรวจได้กันผู้คนให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุซึ่งปกติจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมหลายพันคนต่อวัน มีเพียงผู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทำงานในพื้นที่เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ พนักงานส่งของต้องรออยู่ด้านนอกและรอให้พนักงานออกมารับสินค้า เจ้าหน้าที่ยังขอตรวจค้นกระเป๋าของผู้ที่เข้าสู่บริเวณดังกล่าว และสั่งให้ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศออกจากพื้นที่เกิดเหตุด้วย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังห้ามไม่ให้ผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายภาพและขอความร่วมมือให้ลบภาพที่บันทึกไว้ โดยผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ได้พบกับชายคนหนึ่งที่สามารถบันทึกคลิปตอนที่เครื่องบินคาอยู่กับตัวตึกไว้ได้ แต่ตัดสินใจลบออกในเวลาต่อมาเนื่องจากเกรงว่าจะถูกตำรวจจับกุม

แถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันเสาร์ก็แทบไม่ได้รับการรายงานจากสื่อกระแสหลักของจีนเลย ส่วนในสื่อสังคมออนไลน์ โพสต์เกี่ยวกับเหตุการณ์ถูกลบออกอย่างรวดเร็ว การค้นหาคำว่า “เครื่องบินตกในปักกิ่ง” บน Weibo ไม่พบผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องใดๆ

ขณะที่ผลการค้นหารูปภาพยังถูกจำกัดอย่างหนัก โดยแสดงให้เห็นเฉพาะภาพเก่าของอาคารที่ถูกถ่ายตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเท่านั้น ด้านวิดีโอของบริษัทเจ้าของเครื่องบินยังถูกลบออกจากบัญชีโซเชียลมีเดีย โดยในคลิปดังกล่าวระบุว่า ทัวร์ชมวิว 30 นาทีจากสนามบินสนนราคา 880 หยวน หรือราว 4,300 บาท นอกจากนี้เว็บไซต์ของบริษัทดังกล่าวยังไม่สามารถเข้าถึงได้อีกด้วย


🔵 [คำถามที่อาจไร้คำตอบ]


โดยปกติการบินเครื่องบินขนาดเล็กใดๆ ในกรุงปักกิ่งต้องได้รับการอนุมัติจากทั้งสำนักงานการบินพลเรือนและกองทัพอากาศ แถมเมื่อเดือนที่แล้วจีนได้ออกระเบียบห้าม “การบินเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ” และห้ามการซื้อ เช่า หรือบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาตทั่วทั้งกรุงปักกิ่ง โดยอ้างความกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะ

แต่สุดท้ายคำถามต่างๆ ต่อเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกครั้งนี้ก็อาจไม่มีคำตอบ เพราะย้อนไป 4 ปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินไชน่าอีสเทิร์นตกในมณฑลกว่างซี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 132 คน นับเป็นอุบัติเหตุทางอากาศที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศจีนในรอบหลายทศวรรษ แต่กลายเป็นว่าจนถึงวันนี้ยังคงไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการใดๆ จากทางการจีนออกมาเลย

ข่าวล่าสุด