🔵 [จีนคุมเข้ม “ข้อมูลข่าวสาร”]
นับตั้งแต่เกิดเหตุตำรวจได้กันผู้คนให้ออกห่างจากจุดเกิดเหตุซึ่งปกติจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมหลายพันคนต่อวัน มีเพียงผู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทำงานในพื้นที่เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ พนักงานส่งของต้องรออยู่ด้านนอกและรอให้พนักงานออกมารับสินค้า เจ้าหน้าที่ยังขอตรวจค้นกระเป๋าของผู้ที่เข้าสู่บริเวณดังกล่าว และสั่งให้ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศออกจากพื้นที่เกิดเหตุด้วย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังห้ามไม่ให้ผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายภาพและขอความร่วมมือให้ลบภาพที่บันทึกไว้ โดยผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ได้พบกับชายคนหนึ่งที่สามารถบันทึกคลิปตอนที่เครื่องบินคาอยู่กับตัวตึกไว้ได้ แต่ตัดสินใจลบออกในเวลาต่อมาเนื่องจากเกรงว่าจะถูกตำรวจจับกุม
แถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันเสาร์ก็แทบไม่ได้รับการรายงานจากสื่อกระแสหลักของจีนเลย ส่วนในสื่อสังคมออนไลน์ โพสต์เกี่ยวกับเหตุการณ์ถูกลบออกอย่างรวดเร็ว การค้นหาคำว่า “เครื่องบินตกในปักกิ่ง” บน Weibo ไม่พบผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องใดๆ
ขณะที่ผลการค้นหารูปภาพยังถูกจำกัดอย่างหนัก โดยแสดงให้เห็นเฉพาะภาพเก่าของอาคารที่ถูกถ่ายตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเท่านั้น ด้านวิดีโอของบริษัทเจ้าของเครื่องบินยังถูกลบออกจากบัญชีโซเชียลมีเดีย โดยในคลิปดังกล่าวระบุว่า ทัวร์ชมวิว 30 นาทีจากสนามบินสนนราคา 880 หยวน หรือราว 4,300 บาท นอกจากนี้เว็บไซต์ของบริษัทดังกล่าวยังไม่สามารถเข้าถึงได้อีกด้วย
🔵 [คำถามที่อาจไร้คำตอบ]
โดยปกติการบินเครื่องบินขนาดเล็กใดๆ ในกรุงปักกิ่งต้องได้รับการอนุมัติจากทั้งสำนักงานการบินพลเรือนและกองทัพอากาศ แถมเมื่อเดือนที่แล้วจีนได้ออกระเบียบห้าม “การบินเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ” และห้ามการซื้อ เช่า หรือบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาตทั่วทั้งกรุงปักกิ่ง โดยอ้างความกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะ
แต่สุดท้ายคำถามต่างๆ ต่อเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกครั้งนี้ก็อาจไม่มีคำตอบ เพราะย้อนไป 4 ปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินไชน่าอีสเทิร์นตกในมณฑลกว่างซี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 132 คน นับเป็นอุบัติเหตุทางอากาศที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศจีนในรอบหลายทศวรรษ แต่กลายเป็นว่าจนถึงวันนี้ยังคงไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการใดๆ จากทางการจีนออกมาเลย