3. ทัพกู้ภัยนานาชาติทลายซากตึก - อภินิหารช่วยทารก 18 วันรอดปาฏิหาริย์
ท่ามกลางสภาวะการเมืองและระบบเศรษฐกิจของประเทศที่พังทลายมานานกว่าทศวรรษ ความหวังเดียวของชาวเวเนซุเอลาในเวลานี้คือระบบหน่วยกู้ภัยสากลที่เพิ่งเดินทางมาถึงจำนวน 17 เที่ยวบิน รวมกำลังพลกว่า 1,600 นาย จากเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา บราซิล เอลซัลวาดอร์ และฝรั่งเศส โดยทีมกู้ภัยทหารเม็กซิโกเริ่มเปิดฉากมุดเข้าไปในช่องแคบคอนกรีตเพื่อตะโกนค้นหาเสียงรอดชีวิต
ทั้งนี้ สื่อสถานีโทรทัศน์เทเลมุนโด (Telemundo) เผยแพร่ภาพประทับใจท่ามกลางคราบน้ำตา เมื่อทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือทารกเพศชายอายุเพียง 18 วัน ที่ถูกห่ออยู่ในผ้าอ้อมสีชมพู ออกมาจากซากตึกพังถล่มได้อย่างปลอดภัยหลังใช้เวลาขุดค้นหานานกว่า 12 ชั่วโมง ขณะที่ทีมกู้ภัยเอลซัลวาดอร์สามารถขุดช่วยเหลือหญิงชราวัย 69 ปีออกมาได้สำเร็จ ซึ่งคำแรกที่เธอร้องขอหลังจากระบบร่างกายรอดตายคือ "ขอโค้ก (Coca-Cola) แก้วนึง" นอกจากนี้ยังมีคลิปไวรัลที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวเวเนซุเอลานั่งกุมมือและปลอบขวัญหญิงชราที่ถูกตึกทับว่า "ไม่ต้องกลัวคานถล่ม ถ้าตึกมันจะพังลงมา ผมจะอยู่ตายตรงนี้เป็นเพื่อนคุณเอง"
4. สหรัฐฯ ส่งเรือลำเลียงพลจอดเหนือน่านน้ำ - เร่งซ่อมรันเวย์สนามบินคารากัสแข่งกับเวลา
นายเจเรมี เลวิน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายดูแลความช่วยเหลือต่างประเทศ เปิดเผยข้อมูลต่อสื่อมวลชนว่า ปัจจุบันทางกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ส่งเรือขนส่งลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก (US Navy Transport Ship) เข้าไปจอดลอยลำประชิดชายฝั่งเวเนซุเอลาเรียบร้อยแล้ว โดยเปิดระบบพร้อมรับตัวผู้รอดชีวิตและผู้ป่วยวิกฤตที่ได้รับการช่วยเหลือขุดขึ้นมาจากซากตึกขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาส่งรักษาพยาบาลและผ่าตัดด่วนในเรือรบอเมริกันทันที
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือ ท่าอากาศยานนานาชาติซีมอง โบลีวาร์ (Simón Bolívar International Airport) ซึ่งเป็นประตูด่านแรกในการขนส่งเวชภัณฑ์สากลได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงแผ่นดินไหว ทำให้ในเวลานี้เหลือรันเวย์ที่เปิดระบบใช้งานได้เพียงเส้นเดียวเท่านั้น ซึ่งทีมวิศวกรทหารของสหรัฐฯ กำลังระดมกำลังเข้าซ่อมแซมโครงสร้างทางวิ่งอย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อเปิดทางให้เครื่องบินขนส่งบรรเทาทุกข์ขนาดใหญ่ลงจอดได้สะดวก ก่อนที่เวลาการรอดชีวิตของประชากรเกือบแสนคนจะหมดลง