(คลิก) ข่าวก่อนหน้านี้ : บุกราชภัฏดัง พิสูจน์เรือนไทย 15 ล้าน!"ล่าความจริง" ลงพื้นที่ไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา เรือนไทยขนาดใหญ่ ที่ทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยบอกว่าก่อสร้างด้วยไม้เนื้อแข็งชั้นดี ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางน้ำ เปรียบเสมือนแลนด์มาร์คของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ แต่ก็มีคำถามสำคัญเกี่ยวกับเรือนไทยหลังงามที่หลายฝ่ายตั้งไปยังอดีตผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ตัดสินใจเรื่องนี้ คือ
1.มีการโยกงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับการฟื้นฟูอาคารสถานที่หลังน้ำท่วม มาใช้สร้างเรือนไทย จนกลายเป็นการ "ใช้งบผิดประเภท" หรือ "ผิดวัตถุประสงค์" หรือไม่
กับ 2.คุณภาพของการก่อสร้าง กับราคาที่สูงถึง 15 ล้านบาท เพราะเรือนไทยเพิ่งสร้างเสร็จ และใช้งานได้เพียง 4 ปี กลับผุพังหลายจุดจนน่าตกใจ
"ล่าความจริง" ได้ขอสัมภาษณ์ คุณสุพจน์ ทรายแก้ว รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ได้รับคำชี้แจงทั้ง 2 ประเด็น โดยในประเด็นแรก เรื่องการโยกงบประมาณ คุณสุพจน์ ชี้แจงว่า การก่อสร้างเรือนไทยไม่ได้เป็นการโยกงบประมาณมาใช้แบบที่มีคนกล่าวหา แต่เป็นแผนในการฟื้นฟูเยียวยาตามรายการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัยหลังจากเกิดน้ำท่วมเมื่อปี 2554 อยู่แล้ว โดยเรือนไทยหลังนี้เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับงบประมาณมาแล้ว โดยคนที่กล่าวหาอาจจะมองว่า การปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัย จะต้องเป็นการนำเงินมาใช้ซ่อมแซมปรับปรุงเท่านั้น ไม่ใช่นำเงินมาใช้ก่อสร้างอาคารเพิ่มเติม จึงอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
ประเด็นที่ 2 เรื่องความคุ้มค่าและการผุพัง คุณสุพจน์ บอกว่า เรือนไทยสร้างจากไม้เนื้อแข็งจริงๆ เพราะก่อนสร้าง ทางวิศวกรที่ดูแลงานได้นำไม้ตัวอย่างไปให้กับสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ สังกัดกรมป่าไม้ ตรวจสอบคุณภาพด้วย ยังมีการออกหนังสือรับรองว่าเป็นไม้ที่ผ่านมาตรฐานจริงๆ
นี่เป็นคำชี้แจงของทางฝั่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยนะคะ หลังจากเมื่อวานเราได้พูดคุยกับประชาคมในมหาวิทยาลัยซึ่งไม่เห็นด้วยกับการใช้งบมหาศาลมาสร้างเรือนไทย รวมถึงการใช้งบหลวงมาลงทุนเพื่อหารายได้ / เรื่องแบบนี้ทำได้หรือไม่ เพราะเงินที่ใช้ไม่ใช่รายได้ของมหาวิทยาลัย เช่น เงินหน่วยกิตที่เก็บจากนักศึกษา แต่เป็นงบประมาณของรัฐที่ต้องใช้ตามวัตถุประสงค์เท่านี้น / เรื่องนี้ยังไม่จบ ล่าความจริงจะเจาะลึกมารายงานต่อไป